Tattoo Care EP.2 : ทำความเข้าใจกับ ‘รอยสักใหม่’ พร้อม 9 ขั้นตอนการดูแล

การจะมีรอยสักสักรอย ก็เปรียบเสมือนการซื้อภาพศิลปะราคาแพงที่ต้องการการดูแลและทะนุถนอมเป็นพิเศษ เพื่อให้การลงทุนของคุณคุ้มค่า สมกับฝีมือและประสบการณ์ของช่าง ราคา เวลา และความเจ็บปวดของคุณ คุณจึงจำเป็นต้องศึกษาการ ดูแลรอยสัก ใหม่อย่างถูกวิธี ซึ่งสำคัญพอ ๆ กับการเลือกลายและร้านสักเลยทีเดียว

วันนี้ Mover ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 8 ขั้นตอนการ ดูแลรอยสัก ใหม่อย่างถูกวิธี ให้คุณทำความเข้าใจกับเขาได้เต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงวันแรก ๆ ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 2 ที่จะชี้ชะตาไปเลยว่ารอยสักของคุณจะปังหรือจะพัง

 1. ฟังคำแนะนำของช่างสัก 

หากคุณทำการบ้านมาดีพอเรื่องการเลือกร้านและช่างสัก ช่างจะต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรอยสักใหม่โดยละเอียดได้ แต่ช่างทุกคนจะมี “วิธีที่ดีที่สุด” แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ หากคุณเลือกช่างสักที่มีชื่อเสียงหรือมีชั่วโมงบินสูงแล้ว แน่นอนว่าประสบการณ์ก็สูงตามไปด้วย  นั่นแปลว่าเขาเหล่านั้นจะต้องทำการลองผิดลองถูกจนเจอวิธีที่ใช่ที่สุดแล้วนั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็ควรทำตามอย่างเคร่งครัด คิดซะว่ารอยสักของคุณมีประกันโดยช่างครับ สงสัยอะไรก็ควรถามทันทีเพราะของแบบนี้รอกันไม่ได้ แต่ถ้าคุณไม่ทำตามคำแนะนำของช่างแล้วเกิดอะไรขึ้นมา นั่นสามารถทำให้คุณชวดการทัชอัพฟรีได้เลยนะ!

 2. การปิดแผลสัก 

อย่าลืมว่ารอยสักก็คือรอยแผลที่มีสีสันลวดลาย ดังนั้นการดูแลรักษาความสะอาดจึงสำคัญ เมื่อคุณสักเสร็จแล้ว ช่างจะทำความสะอาดแผลและบริเวณรอบ ๆ จากนั้นใช้ครีมป้องกันแบคทีเรียและปิดรอยสักด้วยที่ปิดแผล ถึงมันจะคันหรือเหนอะหนะแค่ไหน อดทนไว้ก่อนครับ เพราะการทำแบบนี้จะป้องกันรอยสักจากแบคทีเรียในอากาศซึ่งสามารถเจาะผ่านผิวที่ผ่านการสักได้ คุณจึงควรปิดแผลไว้เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงหลังจากสักเสร็จ
 ทำไมต้อง 4 ชั่วโมง? เพราะร่างกายมนุษย์จะเปลี่ยนสถานะของเลือดจากของเหลวเป็นสภาพหนืดใน 30 นาที-3 ชั่วโมง หรือเรียกว่าเวลาเลือดหยุดไหล ซึ่งถ้าคุณเอาที่ปิดแผลออกก่อนเวลานั้น เลือดหรือน้ำเหลืองที่ซึมออกมาตามรอยสักจะแห้งและเป็นชั้นปกคลุมรอยสักไว้หนากว่าที่มันควรจะเป็น ซึ่งจะทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ และมีโอกาสพลาดไปแคะแกะเกาด้วย และนั่นก็หมายความว่าคุณกำลังแคะสีหมึกและเงินของคุณติดเล็บมาด้วยนั่นเอง ในความเป็นจริงแล้ว ระยะเวลาการปิดแผลสักจะแตกต่างกันไปตามขนาดและตำแหน่งของรอยสัก ร่วมกับระดับการรั่วซึมของรอยสักและชนิดของผ้าพันแผลที่ใช้ ยังไงก็ยึดเอาคำแนะนำของช่างไว้ก่อนจะดีกว่า แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติไปให้รีบถามช่างทันทีครับ

 3. เอาผ้าพันแผลออก 

Source: Sarah-Rose via Flickr Commons

หลังจากครบเวลาปิดแผล แล้วก็ถึงเวลานำผ้าพันแผลออก ในกรณีปิดด้วยแร็บก็จะดึงออกง่าย แต่ถ้าช่างใช้ผ้าปิดแผลแล้วเกิดติดกับรอยสักใหม่ของคุณขึ้นมา อย่าแกะหรือรีบดึงออกครับเพราะจะทำให้รอยสักเกิดความเสียหาย สีหลุดโหว่และใช้เวลารักษาแผลนาน ใช้การเปิดให้น้ำไหลผ่านเอา แล้วค่อย ๆ ลูบบริเวณผ้าพันแผลอย่างใจเย็นและเบามือจนกว่าผ้าพันแผลจะหลุดออก

 4. ทำความสะอาดแผลสัก 

ช่างสักส่วนใหญ่แนะนำให้ทำความสะอาดรอยสักด้วยการผ่านน้ำอุ่นพอสมควรเบา ๆ กับสบู่เหลวแบบอ่อนโยน เช่น สบู่เด็ก จากนั้นใช้มือถูเบา ๆ ที่รอยสักเพื่อล้างเอาคราบเลือด น้ำเหลือง หรือสีหมึกส่วนเกินออก วิธีนี้จะช่วยป้องกันรอยสักจากตกสะเก็ดที่เร็วเกินไป อย่าใช้ผ้า ฟองน้ำ หรือบวบขัดตัวเพื่อทำความสะอาดรอยสักเพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่

  • ควรล้างทำความสะอาดบ่อยขึ้นหากรอยสักอยู่ในจุดที่มีการสัมผัสกับแบคทีเรียมาก เช่น มือ เท้า เป็นต้น
  • ควรล้างทำความสะอาดรอยสัก 2-3 ครั้งต่อวันในช่วงระยะ 3-5 วันแรก จากนั้นลดปริมาณลงให้เหลือแค่ตอนคุณอาบน้ำเท่านั้น

 5. ซับให้แห้ง 

เมื่อล้างรอยสักจนสะอาดดีแล้ว ค่อย ๆ ซับให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่นิ่ม ๆ หรือกระดาษแผ่นใหญ่ที่ใช้ในครัว เพื่อซับเอาคราบเลือดและน้ำเหลืองออกให้มากที่สุดเพื่อจะได้เหลือแค่ผิวหนังธรรมชาติ ยิ่งเหลือคราบทิ้งไว้มากเท่าไหร่สะเก็ดแผลก็หนามากขึ้นเท่านั้น อย่าถูเด็ดขาดเพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าที่มีขนเยอะ เพราะจะเศษขนขนาดเล็กอาจเข้าไปติดในแผลสักโดยที่เรามองไม่เห็น อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองไปจนถึงการติดเชื้อได้

เมื่อความชื้นส่วนเกินทั้งหมดถูกซับออกไปแล้ว ควรปล่อยรอยสักให้แห้งประมาณ 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมงแล้วค่อยทายา การทำแบบนี้จะช่วยให้ผิวบริเวณรอยสักสามารถหายใจได้และยังทำให้ความชื้นส่วนเกินระเหยไปอีกด้วย ควรทำแบบนี้ทุกครั้งหลังล้างทำความสะอาดหรือหลังรอยสักเปียกชื้น

 6. ครีมทารอยสัก 

hhtattoo.com/about/aftercare

เมื่อรอยสักของคุณแห้งสนิทและผิวเริ่มรู้สึกตึง ก็ถึงเวลาทาครีมสำหรับรอยสัก ตัวครีมควรอ่อนโยนที่สุด ไม่มีสี กลิ่น น้ำหอม และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (ปรึกษาช่างสักและเล่าถึงลักษณะผิวของคุณจะดีที่สุด ช่างประสบการณ์สูงที่ต้องพบลูกค้าหลากหลายจะมีคลังยาดี ๆ เตรียมไว้แนะนำครับ)

ข้อควรระวังในการทาคือทาแต่บาง ๆ และนวดเบา ๆ เพื่อให้ผิวหนังค่อย ๆ ดูดซึม เรื่องปริมาณของครีมนั้นสำคัญมาก หากเกินขนาดที่แนะนำจะทำให้มีมอยซ์เจอร์ไรซ์เซอร์มากเกินไป และรอยสักจะไม่มีอากาศเข้าถึง ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อที่หนักมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนบนรอยสักได้ นอกจากนี้มันยังดูดซับสีออกจากพื้นผิวของรอยสัก ทำให้สีของรอยสักซีดจางลงก่อนที่แผลจะสมานเสร็จสมบูรณ์

ควรล้างทำความสะอาดและทาครีมวันละ 2-3 ครั้งเป็นเวลา 3-5 วันหลังสัก หรือจนกว่าหนังบริเวณรอยสักจะเริ่มลอก หลังจาก 1 สัปดาห์ไปแล้วคุณสามารถเปลี่ยนจากครีมทารอยสักไปใช้มอยซ์เจอร์ไรซ์เซอร์ หรือโลชั่นบำรุงผิวธรรมดาที่ไม่มีกลิ่น สี ส่วนผสมของกลิตเตอร์และน้ำหอม และที่สำคัญต้อง มีส่วนผสมของสารกันแดด ด้วย

 7. สะเก็ดแผลสัก 

แผลรอยสักก็เหมือนแผลสดทั่วไปที่จะต้องมีการตกสะเก็ดและผลัดผิวหนังหลังจากทำม

าได้ 5-7 วัน ถ้าคุณทำตามขั้นตอนการดูแลอย่างถูกต้องสะเก็ดแผลก็ควรออกมาบาง แต่ถ้าเกิดความผิดปกติใด ๆ ก็ควรถามช่างสักเพื่อจะได้การดูแลได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพครับ

นอกจากนี้ เวลาตกสะเก็ดนี้แหละที่จะมีอาการตึงและคันเข้ามาเกี่ยวเป็นเรื่องปกติ ซึ่งช่วงนี้คุณก็จะต้องข่มใจให้มาก พยายามอย่าล้วงแคะแกะเกาให้เป็นแผลสด เพราะจะส่งผลเสียต่อรอยสัก เช่น แผลติดเชื้อ หรือสีหลุดและภาพแหว่งไป สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ก็คือค่อย ๆ ถูหรือเการอบแผลเบา ๆ เพื่อทุเลาอาการคันลงบ้าง

ในระยะนี้ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการทาครีมสำหรับดูแลรอยสักโดยเฉพาะ สะเก็ดแผลจะค่อย ๆ หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติจนหมดภายใน 2 สัปดาห์ และผิวจะค่อย ๆ ฟื้นตัวจนกับสู่สภาพปกติ

 8. ระยะรักษาตัว 

คุณควรทำตามขั้นตอนด้านบนจนกว่าแผลรอยสักจะสมานตัวเต็มที่ ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3-6 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่ง ควรล้างสักประมาณ 3 ครั้งต่อวัน และควรล้างบ่อยขึ้นหากรอยสักอยู่ในบริเวณข้อมือ เท้า หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่สัมผัสกับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมี “ข้อห้าม” อื่น ๆ ที่ควรระวังอีกด้วย
ในขั้นตอนการสมานแผล 2 สัปดาห์แรก รอยสักจะเริ่มลอกหรือผลัดผิวในลักษณะที่คล้ายกับการถูกแดดเผา หรือผิวที่ลอกอาจมีสีของรอยสักติดออกมาด้วย แต่ไม่ต้องตกใจเพราะมันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ซึ่งก่อนคุณควรล้างมือด้วยสบ฿่ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อนจะสัมผัสรอยสัก และที่สำคัญคือไม่ควรให้คนอื่นมาสัมผัสอีกด้วย
หลังจากผิวลอกออกจนหมดแล้ว รอยสักของคุณจะดูเงาและรู้สึกว่าผิวตึง หรืออาจมีผิวหนังบาง ๆ สีขุ่น ๆ มาคลุมรอยสักไว้ ซึ่งคุณจะอยากดึงออกแน่นอน แต่พยายามห้ามใจไว้และหมั่นทาครีม สิ่งนี้เรียกว่า “onion skin” หรือภาษาไทยคือ “หนังแก้ว” ซึ่งถ้าคุณทำตามขั้นตอนปฏิบัติทั้งหมด มันจะหลุดออกเองภายใน 2 สัปดาห์ และถ้าคุณมีวินัยและทำตามขั้นตอน คุณจะได้รอยสักเพอร์เฟคตามที่หวังไว้ภายใน 6 สัปดาห์

 9. หมั่นสังเกตตัวเอง 

ข้อสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด ถึงคุณจะต้องรับฟังคำแนะนำของช่างสัก ก็ต้องใช้วิจารณญาณด้วยเช่นกัน หมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากเกิดอาการแพ้หมึกที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน หรืออาการอักเสบรุนแรง อย่ารอเวลาให้เกิดการติดเชื้อหรือโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ไม่ต้องถามช่างสักแล้วครับ ช่างสัก ≠ แพทย์ คุณควรรีบพุ่งออกจากบ้านไปพบแพทย์โดยทันที นาทีนี้ควรเลือกชีวิตมาก่อนสิ่งอื่นใดครับ

เลือกร้าน เลือกช่าง เตรียมร่างกายก่อนสักว่าสำคัญแล้ว การดูแลหลังสักนั้นก็สำคัญไม่แพ้กันและเป็นอะไรที่ต้องพิถีพิถัน เพื่อให้ศิลปะบนร่างกายนี้สวยติดทนนาน อย่าลืมแชร์ 9 วิธี  นี้ให้คนรู้จักที่กำลังจะมีรอยสักรอยแรก! คุณยังสามารถติดตามบทความเกี่ยวกับรอยสัก และ Tattoo Prep EP.1 และ EP.3 ได้ที่ Mover ที่เดียวครับ


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย