Type to search

How to การวางแผน “เก็บเงินขอแฟนแต่งงาน” ฉบับมนุษย์เงินเดือน (ไม่เยอะ)

Share

เมื่อถึงช่วงชีวิตหนึ่งหนุ่ม ๆ อย่างเราก็ต้องการที่จะสร้างหลักปักฐานกับใครสักคนใช่มั้ยละครับ แต่จะเป็นงั้นได้ยังไงในเมื่อเราเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนที่เงินเดือนยังไม่แตะหลักที่สมควรควรดั่งใจหวัง ในวันนี้ Mover จะขอนำเสนอวิธีดี ๆ ในการเก็บหอมรอมริบ เพื่อให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายให้ได้นะครับ และการเก็บเงิน ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะสำหรับ เก็บเงินขอแฟนแต่งงาน เท่านั้นนะ ยังไว้สำหรับเก็บเงินเพื่อลงทุนที่ใหญ่ขึ้น หรือซื้อรถหรูที่เราต้องการก็ได้ใช่กัน

#1 | รู้เป้าหมาย


เราต้องรู้เสียก่อนว่าเป้าหมายของเราคืออะไร ต้องใช้เงินเท่าไรจึงจะได้มันมา เราไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปคุยกับพ่อตาแม่ยายเราขนาดนั้นหรอกครับ จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่เสียอีก ถ้าเราไปหาพวกเขาเพื่อถามเรื่องค่าสินสอด แต่พวกเขามารู้ทีหลังว่าตอนนี้เรายังไม่มีอะไรเลย เราแค่มาถามเพราะจะเริ่มเก็บเงิน แบบนี้ก็คงจะทำให้ลุคของตัวเราดูแย่ในสายตาพวกเขาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เราลองมาถามที่คนของเราสิครับ “เธอคิดว่าป๊ากับม๊าเธอ จะเรียกสินสอดเราเท่าไร” อาจจะถามแบบทีเล่นทีจริงไปก็ได้ เพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดเกินไป แล้วอาจจะให้แฟนเราลองไปแอบถามพ่อแม่เขาอีกทีก็ได้นะครับ แต่ถ้าแฟนคุณตอบมาแบบกวน ๆ กลับอันนี้ก็คงต้องเล่นท่าจริงจังใส่กันหน่อยแหละ

ถึงแม้ว่าพ่อแม่เธอจะบอกว่าไม่ต้องหรอก ถ้ารักกินจริงก็จ่ายได้เลย คุณก็งจะไม่คิดว่ามันจะแต่งได้เลยจริงๆหรอกใช่ไหมครับ เพราะยังเหลือค่างานแต่งงานที่มีองค์ประกอบอีกมากมายอีกนะ เรื่องพวกนี้เราต้องควบให้ดี ๆ และต้องคำนวนเผื่อขาดด้วย เพราะอะไรพวกนี้มักจะมีเหตุฉุกเฉินให้ต้องได้ใช้เงินแก้ปัญหาอีกแน่นอน แต่ก็จะสบายหน่อยนะครับ ถ้าตัวแฟนคุณและพ่อแม่ของเธอเป็นคนหัวสมัยนอกจากจะไม่เอาค่าสินสอด หรือจะเรียกเอาค่าสินสอดแต่สุดท้ายพวกเขาก็จะให้เงินก้อนนั้นกลับพวกคุณกลับถือเป็นเงินขวัญถงค่าเริ่มต้นครอบครัวของคุณเองด้วย และค่างานแต่งคุณอาจจะไม่ต้องจ่ายคนเดียว แฟนคุณอาจจะมาออกช่วยด้วย แต่อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะหาได้ยากอยู่ทีเดียวนะครับ ที่จะทำให้เป้าหมายของคุณนั้นไม่ไกลเกินเอื้อม และแสดงถึงความที่เขาไม่ให้คุณแบกภาระนี้เพียงคนเดียว

#2 | แบ่งเปอร์เซ็นรายได้มาสู่การออม

เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนของเรา และเพิ่มการเก็บออม ทางที่ดีได้ผลดีสำหรับการเก็บมากที่สุดคือเราควรแบ่งเปอร์เซ็นการเก็บเงิน จะมากน้อยยังไงก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน แต่อย่าลืมว่าถ้าว่าถ้าเรายิ่งแบ่งมาก เราก็จะยิ่งไปถึงฝั่งฝันได้เร็วมากขึ้นด้วย แล้วอย่าลืมเรายังมีโบนัสที่แสนสำคัญยิ่ง เงินส่วนนี้เราควรเก็บไปเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าเผลอเอามาใช้ละ เงินก่อนนี้ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ที่เราจะสามารถหาด้วยได้ในการทำงานแบบมนุษย์เงินเดือนนะ ตัวอย่างการแบ่งเงินเพื่อเก็บ เพื่อให้ถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

เปอร์เซ็นต์ รายการ
50 สำหรับเก็บค่าสินสอด + ค่างานแต่งงาน
15 สำหรับกินในแต่ละเดือน
5 สำหรับค่าที่พักพิง ค่าไฟ or something else
10 สำหรับเก็บเผื่อป่วย,ฉุกเฉิน
10 ประกันชีวิต ประกันรถ
10 ค่าผ่อนสิ่งต่าง ๆ / ค่าโทรศัพท์ / อินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างเรามีเงินเดือน 30,000 เรา 15,000 บาทจะถูกแบ่งเก็บ เหลือใช้จ่ายสำหรับค่ากินอยู่อีก 4,500 บาทต่อเดือน ถ้าเราไม่กินจุกจิกกินฟุ่มเฟือย จำนวนนี้สามารถอยู่ได้จริง ค่าไฟค่าน้ำ 1,500 บาท เงินเก็บเผื่อป่วยหรือฉุกเฉินอีก 3,000 บาท ประกันชีวิตและประกันรถ รวมกันต่อเดือนต้องไม่เกิน 3,000 บาท และค่าผ่อนสิ่งต่างๆ ค่าโทรศัพท์ และค่าอินเทอร์เน็ตต้องรวมกันไม่เกิน 3,000 บาท ถ้าสามารถทำตามกำหนดนี้ได้เราจะมีเงินเก็บต่อเดือน 15,000 บาท ในหนึ่งปีเราจะมีเงินเก็บ 180,000 บาท 180,000 ยังไม่รวมเงินโบนัส ถ้าโชคดีก็อาจจะได้โบนัสหลายเดือนนะเออ ถ้ารวมๆแล้ว 1 ปีคุณจะมีเงินเก็บในส่วนนี้ 200,000 ต้น ถึง 250,000 เลยทีเดียว แต่ถ้าฟังดูแล้วยังน้อยสำหรับจำนวนเงินที่คุณต้องการอยู่อีกละก็ คงจะต้องให้ขั้นตอนต่อไป

#3 | หารายได้เสริม

การหารายได้เสริมถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ สำหรับเรื่องนี้ ถ้าคุณต้องการเงินที่มากกว่าเดิม คุณก็ต้องจ่ายบางสิ่งที่คุณมีอยู่ออกไป อย่างเช่นเวลาพักของคุณ มันอาจจะฟังดูโหดร้าย แต่นั้นคือความเป็นจริง ในเวลาที่น้อยของคุณอยู่แล้วในการทำงานประจำ คุณจำเป็นต้องมีเงินเสริมจะเป็นอะไรก็ในเวลาที่คุณมี ไม่ว่าจะขายตรง ขายของออนไลน์ หรือลงพื้นที่ไปตั้งร้านขาย เชื่อเถอะว่าถ้าพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเห็นถึงความตั้งใจของคุณ พวกเขาจะยอมรับในตัวคุณมากกว่าที่เขาเคยมองคุณ อย่าไปหายที่จะเริ่มทำสิ่งดี ๆ เพื่อใครสักคน

แต่ก็อย่าลืมมีเวลาไว้พักกายพักใจให้ตัวเอง หรือมีเวลาให้กับแฟนคุณด้วยละ ไม่งั้นการเก็บเงินครั้งนี้ของคุณจะสูญเปล่ามากๆ แต่ถ้าจะให้ดีละก็ ชวนแฟนของคุณมาทำสิ่ง ๆ นี้ด้วยกันไปเลยสิ นอกจากจะทำให้มีเวลาอยู่ร่วมกันแล้ว ยังได้รู้จักตัวตนกันมากขึ้น การที่เราจะสร้างครอบครัวกับใคร เรื่องเงินก็ถือเป็นสิ่งสำคัญนะ ถ้าคุณได้เห็นตัวตนอีกมุมนึงของเขา อย่างการที่เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวเกี่ยวกับเรื่องเงินมาก ๆ ก็รีบชิ่งก็ยังทันนะ ก็เรานั้นยังไม่ได้แต่งงานกันเลยนี่ ถือเป็นการคัดสรรคนที่คู่ควรกับเรา คัดสรรคนที่จะมาสร้างรากฐานที่มั่นคงด้วยกัน ก็ต้องรู้จักนิสัยในส่วนนี้ด้วยเช่นกันนะ และเมื่อทำไปได้หนึ่งเดือนแล้ว อย่าลืมทำบัญชีกำไรทั้งหมดที่เราได้ด้วยละ เพื่อจะทำไปเสริมต่อในส่วนที่ 4

#4 | กำหนด Timeline ให้ชัดเจน

เก็บเงินขอแฟนแต่งงาน

คำนวณวันเวลาให้ชัดเจน หลังจากที่เรามีจำนวนตัวเลขของการเก็บเงินในแต่ละเดือนได้แล้วละก็ ก็คำนวณวันเวลาว่าเราจะถึงเป้าหมายในวันไหนปีไหน หากเป้าหมายยังอยู่อีกไกลอีกละก็ เราสามารถขยับปรับเปลี่ยนตรงไหนได้บ้าง และเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรจะคุยกับแฟนของคุณ เพราะผู้หญิงน่ะเขาชอบความชัดเจนมาก ๆ เลย แต่ถ้าคุยถึงวันเวลาแล้วก็คุณก็ควรทำให้ได้ด้วย เพราะพวกเธอเกลียดการที่โดนผิดสัญญาเอาเสียมาก ๆ

#5 | คำนวณค่าใช้จ่ายในอนาคต

คำนวญค่าใช้จ่ายในอนาคต และสำรองเงินส่วนนี้ไว้ด้วย เพื่อความไม่ประมาทหลังแต่งงาน หรือหากพ่อตาแม่ยายของคุณ เขาไม่ส่งเงินค่าสินสอดคืนคุณเป็นเงินขวัญถุงเริ่มต้นชีวิตครอบครัว คุณก็ยังมีเงินส่วนนี้ไว้เลี้ยงดูศรีภรรยาที่คุณเก็บเงินมาตั้งนานเพื่อสู่ขอ

เก็บเงินขอแฟนแต่งงาน

สำหรับใครที่มีแผนจะไปสู่ขอแฟนของคุณ อย่าลืมว่าเงินถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อความรักมากทีเดียว แต่ความใส่ใจกันและกันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะทำงานหนักเพื่ออนาคตของพวกคุณมากแค่ไหน แต่ก็อย่าลืมใส่ใจคนที่คุณรักด้วยนะ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ควรคิดให้ถีถ้วนเสียก่อน การที่คนสองคนจะอยู่ร่วมกันได้ จะมีอุปสรรคมากมายมาให้ฟันฝ่า เรื่องการเงินก็เป็นหนึ่งในปัญหาเหล่านั้น พวกคุณต้องเข้าใจในฐานะการเงินของกันและกัน โดยเฉพาะคุณที่ต้องมีความพยายามมากขึ้นไปอีกขั้น เพราะหลังจากคุณแต่งงาน คุณจะเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว การงานของคุณก็ต้องเจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นได้แล้ว อย่ามัวแต่เป็นพนักงานชั้นผู้น้อยกินเงินเดือนอยู่ ชนะตัวคุณเอง เพื่อสร้างรากฐานของครอบครัวให้มั่นคง และเพื่อให้ชีวิตครอบครัวของคุณมีความสุข


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com
Tags: