เจาะลึกแบรนด์ BUFFALOWINGS ที่คนรักสไตล์วินเทจห้ามพลาด พร้อมพาชมโรงงานผลิตถึงเชียงราย!

“BUFFALO WINGS” แบรนด์ไลฟ์สไตล์และเครื่องแต่งกายฝีมือคนไทย ที่ตอบโจทย์คนรักสไตล์วินเทจ ที่มาพร้อมกับดีไซน์เรียบง่ายแต่เท่ ที่สำคัญคือเป็นงานคราฟท์ โดยเจ้าของแบรนด์ผู้ที่คลั่งไคล้สไตล์วินเทจ เป็นคนดูแลการผลิตทุกขั้นตอน จนบรรดาผู้ติดตามแบรนด์นี้ไว้วางใจในคุณภาพ ทำให้แบรนด์เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกับแบรนด์นี้ Mover จะพาไปเจาะลึกข้อมูลต่างๆของ BUFFALOWINGS เพราะเราได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย เจ้าของแบรนด์เลยถือโอกาสนี้ชวนเราเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตสินค้าของ BUFFALOWINGS พร้อมพูดคุยกับคุณ ‘อัพ’ เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ยังไม่เคยออกสื่อที่ไหนมาก่อน โดยจะมาตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ BUFFALOWINGS แบบจัดเต็มไม่มีกั๊กให้เราได้ฟังกันที่นี่เป็นที่แรกด้วย ไปพบกับเขาเลย

ถือว่านี่เป็นการออกสื่อครั้งแรกของเจ้าของแบรนด์ ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ

Up : สวัสดีครับ ชื่อ อัพ อายุ 27 ปี ตอนนี้ก็ทำแบรนด์ BUFFALOWINGS ครับ ส่วนงานอื่นๆ ก็ยังมีบริษัทที่ทำ Branding ชื่อ สมบูรณ์ สตูดิโอ ซึ่งทำตั้งแต่ Branding ออกแบบ สื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ แล้วก็เป็น Consult เรื่องการสร้างแบรนด์ครับ

จริงๆ แล้วเรียนจบสาขาอะไรมา ทำไมถึงทำงานค่อนข้างหลากหลาย?

Up : จริงๆ แล้วผมจบสาขาโฟโต้ ที่พระจอมเกล้า ลาดกระบังฯ ครับ แต่ที่มาเริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง เพราะว่าบางทีเราชอบของบางอย่างแล้วมันไม่มี หรือบางทีมันมี แต่ว่ามันก็ไม่ได้ตรงใจเรา 100% ก็เลยมีความคิดที่ว่าอยากทำของใช้เอง ซึ่งเริ่มมาจากง่ายๆ อยากทำกระเป๋าใช้เอง อยากทำเสื้อใส่เอง อยากทำของออกมาใช้เอง ทีนี้มันคงจะดีถ้าเกิดว่าเราเอาของพวกนั้นมาขายแล้วมันมีคนชอบเหมือนเราด้วย ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ ซึ่งผมอยากทำให้มันเป็น Lifestyle Brand คือเหมือนกับทำตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นแบรนด์ของเราเอง อย่างผมปกติไม่ชอบใส่หมวก และถ้าเกิดอยากใส่ขึ้นมา ก็ต้องดูว่าเป็นหมวกแบบไหน หรือเสื้อยืดต้องเป็นแบบไหน กางเกง รองเท้าอะไรพวกนี้ก็ด้วย  ซึ่งผมก็เริ่มที่กระเป๋าสตางค์ที่เป็นหนังก่อน

แล้วทำไมถึงตั้งชื่อแบรนด์ว่า BUFFALOWINGS?

Up : แค่อยากให้มันมีฟีลแบบ American Vintage แล้วก็ดูสตรีท ก็เลยเอาชื่อนี้มาครับ จริงๆแล้วมันคือ ปีกไก่ เมนูอาหารที่เป็น Street Food ของอเมริกา ฟีลแบบไก่ย่างบ้านเราอะไรแบบนี้ครับ

คอนเซ็ปต์ของแบรนด์คืออะไร?

Up : เมื่อก่อนผมชอบสะสมของพวกของวินเทจ เสื้ออาหาร ลัง อะไรพวกนี้ ก็ชอบแหละครับ แต่พอเอามาแล้วมันใช้จริงไม่ได้ บางทีมันเยอะไป จะไปทำงานก็ไม่ใช่ว่าจะมาใส่เสื้อวินเทจ กางเกงวินเทจ ก็เลยคิดว่าถ้าจะทำของ ก็อยากจะทำของที่มันมีความวินเทจอยู่ แล้วก็สามารถใช้งานจริงได้ด้วย คำนิยามน่าจะเป็นแบบ Minimal Vintage ซึ่งมันก็คือวินเทจ แต่ว่าเราตัดทอนแล้ว เอาให้มันใช้จริงได้ด้วย โดยถึงแม้ภาพลักษณ์มันจะดูโมเดิร์น แต่วิธีทำมันก็ต้องวินเทจ ก็อาจจะมีการตอกหมุด ฝีเข็ม หรือการเข้าขอบ อะไรแบบนี้ จริงๆ มันก็คือ อะไรที่ผมทำแล้วเอามาใช้ในชีวิตผมได้นั่นเอง

ที่บอกตอนแรกว่าเริ่มมาจากกระเป๋าหนังก่อน แต่ว่าตอนนี้ก็มีสินค้าประเภทอื่นด้วย มีอะไรบ้างที่ทำไปแล้ว?

Up : ให้เรียงลำดับก็เริ่มจากกระเป๋าหนัง พวกของใช้ที่เป็นหนังล้วน ต่อมาก็ขยายเป็นเข็มขัด แล้วก็เริ่มมีเป็นกระเป๋าผ้า จากนั้นก็เป็นยีนส์ กางเกงยีนส์อะไรพวกนี้ ต่อมาก็เริ่มมีเสื้อยืด แล้วก็ล่าสุดก็มีโปรเจ็คใหญ่ เป็นรองเท้าผ้าใบครับ

แล้วทำไมถึงเริ่มทำอะไรที่มันยากสุดก่อนเลย จริงๆ แล้วมันควรจะเริ่มจากอะไรง่ายๆ เช่น เสื้อยืด หมวก หรือว่ากระเป๋าผ้าอะไรแบบนี้?

Up : เป็นเพราะเริ่มจากของที่เราชอบก่อนเลยครับ คือเครื่องหนัง ตอนนั้นอินกับเครื่องหนังมาก หาข้อมูลตลอด แบรนด์ที่ชอบก็แพงมาก แบรนด์ที่ไม่แพงมากแต่เราก็ไม่ชอบ เลยตัดสินใจว่าเริ่มสร้างแบรนด์เลยครับ โดยเริ่มจากเครื่องหนังก่อนเลย

แล้วตอนที่ทำครั้งแรกเลย มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องหนังบ้างไหม?

Up : ไม่มีครับ เป็น 0 เลย แต่ก็หาข้อมูลเอา จากอินเตอร์เน็ตบ้าง หาหนังสืองานฝีมือของญี่ปุ่นมาอ่านบ้าง ไปคุยปรึกษากับคนนู้นคนนี้บ้าง ทำ Research เยอะครับ เกือบ 1 ปีเลยกว่าจะเป็นแบรนด์ คือจริงๆ แล้ว ก่อนจะทำแบรนด์นี้ ผมฝึกทำเครื่องหนังทำมือมาก่อนครับ เข็มขัดหนังคือชิ้นแรกที่ทดลองทำไปพร้อมๆกับทดลองขาย ชื่อแบรนด์ เฮอร์คิวลิส ครับ แล้วไปลองโพสขายตามกระทู้เว็ปต่างๆ เมื่อก่อนมันจะมีกระทู้ตามเว็ปที่ใหญ่ๆ เช่นกระทู้สินค้าเครื่องหนัง กระทู้สินค้าวินเทจ

ทำไมถึงชื่อว่า เฮอร์คิวลิส ล่ะ แล้วขายได้ไหม?

Up : มันให้ความรู้สึกแข็งแรงอ่ะครับ จริงๆก็จำความคิดตอนนั้นไม่ได้แล้วเหมือนกัน ว่าอะไรดลใจ ฮ่าๆ ตอนนั้นจำได้ว่าขายน้อยมากไม่ถึง 10 เส้น เพราะงานเราไม่สวยด้วยแหละครับ ฝีมือก็ไม่ได้ดี ก็ทดลองทำขายถูกๆดู จริงๆแล้วแอบวางแผนไว้ว่า ถ้าเปิดแบรนด์ BUFFALOWING แล้วเกิดเจ๊งหรือขายไม่ได้ จะได้เอามาโล้ะขายถูกๆในกระทู้นี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ

แต่สรุปว่าผลตอบรับของ BUFFALOWINGS ก็ออกมาดีเกินคาด

Up :ใช่ครับ ขายได้เกินที่คาดหวังไว้มากครั

พอปล่อยกระเป๋าหนังใบแรกออกไปแล้ว ผลตอบรับเป็นยังไง?

Up :โอเคเลยครับ จำได้ว่าลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้ของไป เค้ากลับมาชม ส่งรูปกลับมาให้ดู เราดีใจมาก กำลังใจเริ่มมา ทุกวันนี้ยังมีลูกค้าเก่าๆหลายคนนะครับ ที่ทักทายกันมาตลอด คือต้องบอกก่อนว่าเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว  ผมรู้สึกว่าตลาดเครื่องหนัง มันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1 กลุ่มที่มีแบรนด์ เป็นสินค้าราคาสูง ทั้งของในและต่างประเทศ พวกนี้เรารู้กันอยู่แล้วว่าคุณภาพและภาพลักษณ์นั้นดีมากๆ แต่ราคาก็สูงตาม กับอีกกลุ่มคือ งานฝีมือ งานคราฟท์ ซึ่งกลุ่มนี้จริงๆแล้วฝีมือเค้าดีกันมากๆนะครับ แต่อาจจะด้วยเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์ หรือตัวตนของแต่ละเจ้าอาจจะยังไม่ชัดเจนมาก ผมเลยคิดว่าคู่แข่งมันยังมีน้อยนะ กลุ่มตรงกลาง กลุ่มที่เป็นแบรนด์เครื่องหนังแบบที่คุณภาพสินค้าใช้ได้ วัสดุต่างๆใช้ของดี งานออกแบบมีเอกลักษณ์ และที่สำคัญภาพลักษณ์และบรรยากาศของแบรนด์ต้องสวยงามและมีความเป็นตัวตนชัดเจน เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคอนเซ็ปและงานออกแบบของแบรนด์ครับ

ได้รู้จักจุดเริ่มต้นของแบรนด์กันไปแล้ว น่าสนใจมากๆเลยใช่มั้ยครับ? เพราะบางแบรนด์จะเริ่มจากการทำสิ่งง่ายๆก่อน แต่ BUFFALOWINGS นั้นไม่เหมือนกับแบรนด์อื่นๆ เพราะเริ่มจากสิ่งที่ยากอย่างเครื่องหนัง แถมเจ้าของแบรนด์ก็ไม่ได้มีความรู้มาตั้งแต่แรก แต่ก็สามารถทำสินค้าออกมาได้อย่างมีคุณภาพมากๆ แล้วอีกอย่างที่เป็นจุดแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆก็คือ BUFFALOWINGS มักจะออกสินค้าในแต่ละรุ่นเป็นแบบ Limited Edition ผลิตขึ้นอย่างจำกัด ซึ่งผู้ชายอย่างเราๆก็คงจะชอบเพราะการได้ครอบครองไอเท็มที่มีไม่กี่ชิ้นบนโลก มันก็รู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนเหตุผลที่ต้องผลิตอย่างจำกัดนั้นจะเป็นอะไร ก็คงต้องให้เจ้าของแบรนด์มาอธิบายกันครับ

สินค้าหลายๆตัวของ BUFFALOWINGS ทำไมถึงทำเป็นแบบ Limited Edition ล่ะ? 

Up : ที่ทำน้อยเพราะเป็นเรื่องของคุณภาพครับ อยากจะเน้นให้แต่ละชิ้นที่ผลิตออกมามีคุณภาพจริงๆ เลยไม่เน้นงานปริมาณ และผมเพิ่งมาเปิดโรงงานเอง ก็เลยสามารถทำสินค้าในจำนวนที่ต้องการได้และหลากหลายประเภทครับ อย่างคอลเลคชั่นแรกคือ Classic collection จะเป็นพวกเครื่องหนังครับ ซึ่งแต่ละล็อตก็ไม่ได้ผลิตจำนวนมากๆ เราคิดว่าทำออกจำนวนน้อย แต่ใส่ดีเทลความวินเทจให้มันเยอะๆ อะหล่งอะไหล่ ความละเอียดของงานคราฟท์ อะไรแบบนี้ ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับการซื้อสินค้าครับ อีกคอลเลคชั่นก็คือ History collection เป็นการนำเอาวัสดุที่เป็นของเก่า หรือของวินเทจแท้มาทำ มารีดีไซน์ใหม่ มันก็เลยทำให้มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณ อย่างสมมติเราได้ถุงทะเลทหารเก่าอายุ 50 ปีแล้ว แล้วเราได้มาแค่ 10 ใบ มันก็เอามาแปลงเป็นกระเป๋าได้แค่ 15 ใบเท่านั้นครับ ส่วนคอลเลคชั่น Everyday collection ที่เป็นเครื่องแต่งกายก็จะมีมากหน่อย อย่างรองเท้าหรือเสื้อยืด แต่มากของผมก็คือหลัก 100 ชิ้นครับ ไม่ใช่ว่า 400-500 อะไรแบบนั้น

อย่าง History collection เอาวัสดุเก่าๆ วินเทจๆ พวกนี้มาจากไหน บอกได้ไหม?

Up : จริงๆมีวัสดุมาจากหลายๆที่ครับ แต่หลักๆเลยผมโชคดีมาก ที่รู้จักกับรุ่นพี่คนนึง ที่นำเข้าของอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ก็เลยได้โอกาสไปเลือก หรือซื้อของพวกนี้ต่อเค้ามา กับอีกที่คือตามเว็ปประมูลทั่วไป บางที่เราเจอของสวยๆ แปลกๆ ก็ไปประมูลมา ซึ่งจริงๆประมาณ 30% มันเป็นของที่ผมสะสมไว้อยู่แล้ว เป็นของเก่าที่สะสมไว้หลายปีแล้วครับ

ทำใจลำบากไหม เพราะมันเป็นของที่ตัวเองสะสมไว้?

Upลำบากใจมาก เสียดายสุดๆ เพราะบางชิ้นเรามีแค่อันเดียวเลย อย่างใบ Excusive ที่เพิ่งขายไป ใบนั้นทำจากเป้เก่าทหารครับ แต่มันเป็นผ้าใยกัญชา หายากแล้วก็แพงด้วย แต่ก็ทำใจเอามาหั่นทำกระเป๋าทรง Tote Bag ขายไปในราคาเกือบๆ 6,000 ขายออกไวมากด้วยนะใบนั้น ฮ่าๆ

แล้วทำไมถึงเปิดโรงงานของตัวเอง?

Up : คือมันมีปัญหาแบบที่หลายคนรู้ การจ้างผลิตโดยโรงงานที่ใหญ่และมีคุณภาพเนี่ย อันดับแรกเลยมันต้องมีปริมาณ สองคือเรื่องต้นทุนเราคุมไม่ได้ แล้วสามก็คือพวกรายละเอียดงานครับ บางทีดีเทลอะไรที่เราอยากจะใส่เพิ่มเข้าไปในงาน เช่น เย็บเพิ่มขอบตรงนี้ ส่วนตรงนี้ต้องเย็บแบบนี้นะ แต่บางทีโรงงานเขาก็ซัพพอร์ตไม่ได้ หรือขั้นตอนบางอย่างบางดีเทลที่มันยุ่งยาก เขาก็ไม่สามารถทำได้ แต่ผมเข้าใจนะครับ ว่าเป็นเรื่องปกติของการผลิตของโรงงานอยู่แล้ว จริงๆมันคือความเรื่องมากของตัวผมเองแหละ ฮ่าๆ สุดท้ายพอเก็บเงินได้ก้อนนึงก็ตัดสินใจเปิดโรงงานเองเลยครับ

เปิดโรงงานนานเท่าไรแล้ว? แล้วทำไมโรงงานถึงมาตั้งอยู่ที่เชียงราย?

Up : เปิดมา 1 ปีเต็มแล้วครับ ก่อนอื่นเลย เชียงรายเป็นบ้านเกิดผมเองครับ แล้วพอดีต้องกลับมาช่วยงานที่บ้านด้วย ผมโชคดีมากที่ได้เจอกับหัวหน้าช่างคนนี้ครับ ปกติเค้าเป็นช่างเย็บเสื้อผ้า ยังไม่เคยทำงานสไตล์นี้ แต่เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบมากและฝีมือดี  ผมได้ความรู้และเทคนิคการเย็บมาจากหัวหน้าช่างคนนี้เยอะ มันทำให้เราต่อยอดการทำงานได้เรื่อยๆ  เค้าเข้าใจว่าเราต้องการอะไร จำได้ว่าพอมานั่งคุยกันแล้วเราก็เลยมาเริ่มต้นกันเลย เรียนรู้ด้วยกัน มาศึกษาด้วยกัน ตั้งแต่การเขียนแพทเทิร์น เลือกวัสดุ การประกอบ เทคนิคการเย็บ ส่วนเรื่องจักรนี่ผมก็ต้องศึกษาการซ่อมเอง วิธีการตั้งจักร ปรับจักร เริ่มจากไม่รู้จักเลยว่าอะไรคืออะไร เปิดยูทูปดูแล้วซ่อมตามเลยครับ ฮ่าๆ เพราะเชียงรายหาช่างซ่อมจักรยาก บางทีเราจะรอส่งจักรไปซ่อมที่กรุงเทพก็ไม่ได้แต่ว่า ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ก็ทำทิ้งเยอะ ทำไปทดลองไปศึกษาไป

มีทำต้นแบบออกมาแต่ว่าไม่ได้วางขายบ้างไหม?

Up : มีเยอะครับ ประมาณ 40 – 50 ใบ ทำทิ้งไปเลย จริงๆ ก็ไม่ได้ทำทิ้งหรอกครับ แต่แบบทำใช้เอง แล้วทีนี้ดีเทลมันไม่สวย หรือแบบที่อยากได้ยังทำไม่เป็นก็เก็บไว้ก่อน ยังไม่สวยก็ยังไม่อยากทำขายอะไรแบบนี้ กำไรก็อยู่กับที่ทิ้งไปแหละครับ (หัวเราะ)

แล้วที่โรงงานนี่ทำขั้นตอนไหนบ้าง?

Up : ถ้าเป็นกระเป๋า หมวก เสื้อผ้าต่างๆ โรงงานเราทำเองตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ ตั้งแต่ทำต้นแบบ เย็บ ประกอบ ใส่อะไหล่ ปั๊มโลโก้ จบที่โรงงานเลย ไม่ได้ต้องไปให้ใครทำต่อแล้วทำเองทุกขั้นตอนเลยครับ ยกเว้นรองเท้ากับกางเกงยีนส์ ที่เรายังต้องใช้โรงงานประจำที่กรุงทพอยู่ครับ

สินค้าประเภทอื่นๆ ที่อยากทำในอนาคต?

Up : ผมอยากทำเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้ชิ้นใหญ่ด้วย ที่ทำจากหนังอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีแพลนชัดเจนครับ

Product ล่าสุดที่ออกมาคือรองเท้าผ้าใบ ช่วยเล่าหน่อยครับว่าเป็นมายังไงบ้าง?

Up : เป็นรองเท้าผ้าใบที่อยากให้ดีไซน์มันมีดีเทลแบบวินเทจ แต่ว่าต้องใส่สบาย พื้นนุ่ม หน้าเท้าไม่บีบ ก็วางขายสีขาวล็อตแรกไปแล้วครับ แล้วล็อตถัดไปก็จะเป็นสีเหลือง สีดำ แล้วก็สีเขียว โดยรองเท้าจะมาพร้อมกับแคมเปญที่ว่า I Ware Sneaker ก็คือแบบอยากให้คนมาใส่ผ้าใบกันครับ เพราะผมเองก็ชอบใส่รองเท้าผ้าใบ แล้วก็อยากได้ผ้าใบที่แบบใส่ทำงานก็ได้ ไม่ได้สตรีทเกิน ใส่ไปเที่ยวก็ได้ ทนทาน ใส่สบาย อะไรแบบนี้ครับ

หลังจากรองเท้าแล้วจะมีทำ Product อะไรออกมาอีก?

Up : ก็มีสลับยีนส์แบบพรีเมี่ยมอ่ะครับ พวกกางเกง แล้วก็กำลังจะเปิดไลน์ผลิตเสื้อผ้า Clothing ทำเสื้อผ้าเต็มตัว เสื้อเชิ้ต เสื้อยืดอะไรแบบนี้ คือตอนแรกก็ทำเสื้อยืดแต่ว่าพอมาเป็นไลน์ Clothing แล้วก็อยากละลงลึกหน่อย เป็นการวางแผนไว้ในอนาคต ก็ฝากติดตามด้วยนะครับ

ตอนนี้มีช่องทางจัดจำหน่ายที่ไหนบ้าง?

Up : มีทางออนไลน์ ใน Facebook และเว็บไซต์ครับ

ว่าแต่ทำมา 5 ปีได้แล้ว รู้สึกว่าแบรนด์เติบโตอย่างไรบ้าง?

Up : รู้สึกว่ามาไกลมากครับ เกินจากที่คาดไว้อยู่เหมือนกัน เพราะตอนแรกกะทำใช้เอง ได้ใช้ของที่เราทำตามแบบที่เราต้องการแบ่งขายบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่ตอนนี้มันเรื่องใหญ่แล้วครับ ซึ่งมันก็ดีตรงที่มันมีคนที่ชอบจริงๆ เค้าชอบอะไรคล้ายๆกับเรา  ลูกค้าบางคนทักมาว่าชอบมาก ถ่ายรูปมาโชว์ กลับมาซื้อซ้ำๆ จริงๆมีพี่ๆหลายคนเลยครับที่เริ่มจากเป็นลูกค้าประจำจนตอนนี้คุยกันจนสนิทไปแล้ว มีส่งของให้ผมก็มี ของขวัญวันเกิดก็มี ดีใจมากครับ ตอนนี้รู้สึกว่าทำมันไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ แต่เป็นเหมือน Community ของคนที่ชอบอะไรพวกนี้ มันอบอุ่นมากนะครับ ลูกค้าบางคนที่ซื้อไปเขาก็เอาของสะสมของเขามาโชว์ มาแชร์กัน พูดคุยกัน แล้วที่ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ บางแบรนด์ที่เมื่อก่อนเรามองว่าเค้าเป็นคู่แข่ง หรือเค้าจะมาแย่งลูกค้าเรามั้ย แต่ตอนนี้ผมได้พูดคุยกับเจ้าของหลายๆแบรนด์ จนเราเป็นเพื่อนกันแล้วครับ แลกเปลี่ยนไอเดียกัน แชร์ข้อมูลกัน สั่งผลิต ฝากผลิตก็มี จนตอนนี้มีไอเดียที่จะออกสินค้าร่วมกันหลายแบรนด์เลยครับ มันทำให้ผมรู้สึกดีมากที่ระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี แต่มันทำให้ผมได้เจอกลุ่มลูกค้าที่รักในแบรนด์เรา รักในความเป็นตัวเรา เราได้ทั้งเพื่อน ทั้งพี่ พูดจาในภาษาเดียวกันกับเรา ซึ่งเรื่องพวกนี้เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเกิดขึ้น

อยากจะพาแบรนด์ไปถึงจุดไหน?

Up : จริงๆแล้วอยากมีหน้าร้านของตัวเองครับ แล้วถ้าระบบการผลิตมันอยู่ตัวแล้วก็มองเรื่องการส่งออกไว้ อยากเอาไปวางขายในหลายๆประเทศ แอบคิดว่ามันคงจะเป็นความรู้สึกดีแบบแปลกๆ ที่เวลาเราได้ไปเที่ยวประเทศนั้นๆแล้วมีโมเมนท์ที่ว่า เห้ยประเทศนี้หรอ อ๋อ สินค้าเราก็มีวางขายหนิ (แต่ขายได้มั้ยไม่รู้นะ ฮ่าๆ)

แล้วถ้าไปถึงจุดนั้นได้ ยังจะทำเป็นแบบคราฟท์อยู่ไหม หรือคิดว่าจะเติบโตไปในระดับอุตสาหกรรม?

Up : ก็ยังคงความคราฟท์ไว้อยู่ครับ เพราะมีหลายแบรนด์ที่เราชอบ ซึ่งเขาก็เป็น Global Brand แต่ว่าระบบโปรดักชั่นเขาก็ยังมีความคราฟท์อยู่ เค้ายังคงสายการผลิตแบบคราฟท์ไว้ครบถ้วน ผมก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ BUFFALOWINGS ไปถึงจุดนั้นเหมือนกันครับ

 

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่น่าสนใจมากๆครับ กับแบรนด์ BUFFALOWINGS คนรักสไตล์วินเทจคนไหนสนใจอยากติดตามแบรนด์และไอเท็มเท่ๆ จากฝีมือคนไทยก็สามารถไปติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้เพจ Facebook ของแบรนด์ได้เลยครับ แนะนำว่าอยากได้ชิ้นไหนก็ติดตามกันให้ดีๆ เพราะแต่อย่างมีจำนวนไม่มาก แรร์ๆ ทั้งนั้น!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

Website : Buffalo Wing Factory
Facebook : BUFFALOWING
Instagram : thebuffalowingfactory


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย