น้ำหอม 5 กลิ่น เพิ่มเสน่ห์ให้หนุ่มออฟฟิศสายเนี้ยบ

น้ำหอมสำหรับหนุ่มออฟฟิศ เพิ่มเสน่ห์ให้ดูน่าใกล้ชิดมากขึ้น 

สำหรับหนุ่มๆพนักงานประจำ ‘ออฟฟิศ’ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น อย่างน้อยก็มากกว่าวันละ 6-7 ชั่วโมงแน่นอน แถมยังต้องพบปะเพื่อนร่วมงานในสถานการณ์ต่างๆ ทำให้เราต้องการความมั่นใจเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะหนุ่มสายเนี้ยบที่อยากให้ตัวเองดูดีตลอดเวลา เรื่องกลิ่นกายก็เป็นสิ่งไม่ควรมองข้าม การใช้น้ำหอมที่บ่งบอกรสนิยมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพเราได้มาก

เมื่อตอนนี้หลายคนกลับไปทำงานอย่างเต็มรูปแบบกันแล้ว วันนี้ Mover จึงเอาใจหนุ่มสายเนี้ยบมาแนะนำน้ำหอมที่มีดีทั้งกลิ่น ติดทนนาน และเป็นเอกลักษณ์ มาให้เป็นช้อยส์สำหรับการคัมแบ็ก

เคล็ดลับการเลือก และการฉีดน้ำหอมให้อยู่ทน 

การจะเลือกน้ำหอมนั้นมีปัจจัยหลักๆคือเรื่องกลิ่น และความติดทน เป็นอันดับแรกๆ รองลงมาก็จะเป็นเรื่องของแพ็คเก็จและยี่ห้อแบรนด์ต่างๆที่แต่ละคนชื่นชอบแตกต่างกันไป  ซึ่งเวลาเราเลือกซื้อควรลองฉีดแล้วสังเกตดูว่ากลิ่นเป็นอย่างไร เพราะน้ำหอมหนึ่งขวดจะมีกลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

Top Notes: เป็นกลิ่นแรกหลังจากที่ฉีด

Middle Notes: เมื่อผ่านไปสักประมาณ 10 นาที เราจึงจะเริ่มได้กลิ่นของ Middle notes ซึ่งจะเริ่มเผยกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอม เราจะเริ่มสัมผัสได้ถึงส่วนผสมหลักของน้ำหอม

Base Notes: หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง บางส่วนผสมของน้ำหอมจะระเหยหมดไป เหลือแต่ส่วนผสมที่คงอยู่ ทำให้กลิ่นนี้คือกลิ่นที่จะอยู่ทนทานกับเราไปตลอดวันนั่นเอง

อีกเคล็ดลับหากอยากให้กลิ่นติดทนนาน ควรฉีดที่บริเวณด้านหลังต้นคอ และบริเวณหลังใบหู เนื่องจากเป็นบริเวณที่เป็นชีพจรของร่างกายทำให้ส่วนนั้นค่อนข้างอุ่น กลิ่นของน้ำหอมจึงสามารถที่จะกระจายตัวได้ดี

massimodutti.com

อ่านมาถึงตรงนี้รับรองว่า หนุ่มๆหลายคนคงอยากรู้แล้วว่าน้ำหอม 5 กลิ่น เพิ่มเสน่ห์ให้หนุ่มออฟฟิศสายเนี้ยบจะมีแบรนด์ไหนกันบ้าง รับรองได้ว่ากลิ่นที่เราเลือกมานั้นหอมกำลังพอดีไม่ทำให้เพื่อนร่วมงานต้องวนเวียนหัวแน่นอน แถมยังแนบลิ้งค์ให้ไปหาซื้อกันได้ในราคาดี แบบส่งตรงถึงหน้าบ้านอีกด้วย


 Prada l’Homme 

ลุคหนุ่มหล่อสุขภาพบุรุษ

น้ำหอมจากแบรนด์ Prada เหมาะมากสำหรับหนุ่มเนี้ยบ ถ้ายิ่งใส่สูทแล้วจะเพิ่มความเฉียบเข้าไปอีก เป็นความคลาสซี่แต่ดูร่วมสมัย

Top Notes จะเปิดด้วยกลิ่นหอมหวานจางๆ ของดอกส้ม ที่มีความซาบซ่าของพริกไทยเบาๆ ทำให้ตัวเรารู้สึกสดชื่น และมีกลิ่นของความเนี้ยบเรียบรู้ของดอกไอริสและดอกไวโอเล็ตที่จะให้กลิ่นความแป้งๆ หน่อย ดูเป็นหนุ่มผู้ดีมีสกุล

ซึ่งจะนำไปสู่ Mid Notes ที่โปร่งใสเบาสบายแต่คงไว้ด้วยความสดชื่นของกลิ่นเครื่องเทศที่เจือกลิ่นกุหลาบนิดๆ ทำให้ดูมีความอบอุ่น เซ็กซี่เล็กๆ แทรกด้วยกลิ่นเจอราเมียนที่ไม่หวานเกินไปแต่เป็นตัวเชื่อมให้ทุกกลิ่นกลมกล่อม

ปิดท้าย Base Notes ด้วยการเติมยางไม้หอมที่ทำให้หวานหอมแต่คงไว้ซึ่งความสุขุม

ความติดทน : ประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง


 Versace Pour Homme 

ลุคหนุ่มแอคทีฟ หนักแน่นจริงจัง

สำหรับหนุ่มออฟฟิศที่อยากได้ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแต่คงไว้ด้วยความเท่ดูดีมีสไตล์ Versace Pour Homme น่าจะตอบทุกโจทย์ที่คุณต้องการ

โดยเปิดมาด้วยTop Notes ที่สดชื่นสะใจด้วย มะกรูด เลมอน แต่ซ่อนความขี้เล่น ด้วยกลิ่นของดอกส้มและกลิ่นกุหลาบบางๆ เพื่อเพิ่มมิติ แต่จะมีแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างแรงแต่มันมาครู่เดียวแล้วก็หายไป

พร้อมเข้าสู่ Mid Notes ที่จะจัดความนุ่มเพิ่มเข้ามาด้วยกลิ่นสมุนไพรที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นป่า และวู้ดดี้ที่ทำให้เพิ่มความเท่กระชากใจดูเป็นผู้ชายลุยๆ แต่ยังไม่ทิ้งความสดชื่นของซีตรัสต่างๆ ที่ใส่มาในช่วงต้น

จบด้วยความอบอุ่นนุ่มละมุนของ Musk และ วานิลลา พร้อม ถั่วตองก้า และ Amber ที่ทำให้คุณยิ่งดูมีระดับ

ความติดทน : ประมาณ 8 ชั่วโมง


 Giorgio Armani Acqua Di Gio 

ลุคหนุ่มขี้เล่น น่าค้นหา

ถ้าคุณอยากได้กลิ่นที่ใช้ง่าย ใครได้ดมก็ต้องบอกว่าชอบ ลองใช้ Giorgio Armani Acqua Di Gio ที่ให้ลุคเฟรนลี่ ขี้เล่น มองโลกในแง่ดี เป็นเสน่ห์ที่ใครก็อยากร่วมงานด้วย

Top Notes ด้วยความสดชื่นของซีตรัสต่างๆ มีกลิ่นหวานใสของดอกมะลิและดอกส้มทำให้นุ่มลงตัว

Middle Notes ที่เป็นเอกพระของน้ำหอมตัวนี้นั้นก็คือกลิ่นโทนทะเลที่ผสานด้วยความ Fruity และ Flora ที่ทำให้หวานสดชื่นดูไม่ทะเลเกินไป เพิ่มลูกเล่นความซ่าด้วยความ Spicy

พาไปสู่ Base Notes ที่ดูสะอาด อบอุ่น ด้วยกลิ่นวู้ดดี้ และมีไอเย็นๆ ของกลิ่นพิมเสน

ความติดทน : ประมาณ 8 ชั่วโมง


 Hugo Boss Bottled 

ลุคผู้ใหญ่อบอุ่น

หุ่นหมี ภูมิฐาน ใจดี น่าคบหา เป็นหัวหน้าที่น้องๆ อยากเข้ามากอดก็ต้อง Hugo Boss Bottled ที่เปิด Top Notes เปิดด้วยกลิ่นแอปเปิ้ลแดงที่สดชื่นและมีเสน่ห์ พร้อมกับซีตรัสจางๆ ที่ทำให้ดูยิ่งสดใส บวกกับเครื่องเทศที่ทำให้กลิ่นออกมาดูนุ่มๆ อบอุ่น

ตามด้วย Middle Notes ที่กลิ่นเครื่องเทศจะปรับเป็นโทนหวานๆ แต่หนักแน่นพร้อมด้วยกลิ่นอบเชย ผสมกุหลาบและเจอเรเมียนที่หวานซ่อนเปรี้ยวนิดๆ ดูมีลูกเล่น เติมด้วยกานพลูที่ให้ความเย็นซาบซ่า วกกลับมาด้วยกลิ่นของแอปเปิ้ลแดงที่มีเอกลักษณ์

Base Notes แอบหวานเล็กน้อยด้วยยางไม้หอม บวกความหอมแห้งๆ ของกลิ่นไม้จันทร์ผสานกับหญ้าแฝก ตบท้ายด้วยความสุขุมแต่อบอุ่นของวานิลลาจางๆ ที่ลงตัว

ความติดทน : ประมาณ 8 ชั่วโมง  ให้กลิ่นที่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ


 Montblanc Individual 

หนุ่มเนี้ยบเจ้าเสน่ห์ 

หนุ่มออฟฟิศที่มีเสน่ห์ ใครได้เข้าใกล้ก็ต้องหลงใหล กับกลิ่นระดับตำนานที่มีความสุภาพบุรุษและเรียกแขกไปในตัว

เริ่ม Top Notes เปิดมาด้วยกลิ่นราสเบอร์รี่หอมหวานแต่สดชื่น ผสานลงตัวกับเครื่องเทศโทนอุ่นและกลิ่นสับปะรดที่ทำให้ดูสดใส เพิ่มความหนักแน่นด้วยอบเชย พร้อมจูนนิเปอร์เบอร์รี่ที่ลักษณะคล้ายเหล้าจินที่ดูดุดัน และกลิ่นเครื่องเทศที่เฉพาะอย่างกระวานที่ดูเผ็ดร้อนแต่โล่งสบาย แทรกด้วยความหอมโปร่งของลาเวนเดอร์

Middle Notes เพิ่มความเย็นซ่าด้วยผักชีฝรั่ง พร้อมกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนไวน์ แต่ก็ประปรายไปด้วยกลิ่นของลาเวนเดอร์ พร้อมกลิ่นกุหลาบและเจอนาเมียนเล็กๆ ผสานความแพงด้วยกลิ่นโทนแป้ง

Base Notes ตบกลับมาด้วยกลิ่นหวานๆ ของผลไม้ที่มีสีแดงพร้อมกับกลิ่นของ Musk ที่ค่อยปล่อยออกมาที่ละนิดๆ ทำให้รู้สึกได้ถึงความน่าค้นหา และมีกลิ่นหวานจางๆ ของยางไม้หอม

ความติดทน : ประมาณ 8 ชั่วโมง

 

หนุ่มออฟฟิศคนไหนที่อยากได้ความมั่นใจเพิ่มขึ้น ลองคลิกเข้าไปเลือกชมแล้วลองไปดมกันได้ที่เคาน์เตอร์ เพื่อจะได้กลับมาทำงานอย่างมั่นใจ สร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับเพื่อนร่วมงาน

เพียงเท่านี้ไม่ว่างานจะหินแค่ไหน คุณและทีมก็จะผ่านมันไปได้ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ Ciao..!!


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com