พาชม 10 อันดับ Super Cars รถสปอร์ตดีไซน์สุดหรูที่มีราคาสูงที่สุดในโลกประจำปี 2018

Super Cars หรือรถสปอร์ตนั้นถือเป็นอีกหนึ่ง Segment รถยนต์ที่มีคนทั่วโลกใฝ่ฝันไว้ว่า อยากลองขับสักครั้งในชีวิต เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเร็วแรงทะลุชั้นบรรยากาศไปพร้อม ๆ กับกลิ่นอายความเป็นสปอร์ตดิบ ๆ แบบต้นตำรับ ดังนั้นเพื่อจุดประกายความฝันของเหล่าคนรักความเร็วให้ลุกโชน MOVER จึงขอพาทุกคนไปส่องรถสปอร์ตที่ราคาแพงที่สุดในโลกตอนนี้กัน เผื่อว่าใครจะถูกตาต้องใจ จนมีไฟมีแรงทำงานเก็บเงินจนได้เป็นเจ้าของในสักวันหนึ่ง

#10 | Koenigsegg Regera

เริ่มที่รถที่อ่านชื่อยากอันดับต้นๆ กับแบรนด์ Koenigsegg Regera (โคนิกเซกก์ เรเกร่า) รถซูเปอร์คาร์ที่ผลิตด้วยวิธี Handmade เกือบทุกขั้นตอนในการผลิต และผลิตขึ้นบนโลกนี้เพียงแค่ 80 คันเท่านั้น โดยจะเป็นรถยนต์ระบบ Hybrid ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Twin Turbo ขนาด 5 ลิตร เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ทำให้สามารถให้กำลังเครื่องยนต์ได้สูงสุดที่ 1,500 แรงม้า ทำอัตราเร่งช่วง 0-100 กม./ชม. เพียง 2.7 วินาทีเท่านั้น ราคาขายอยู่ 59 ล้านบาท

Autoblog.com

#9 | Ferrari LaFerrari Aperta

หนึ่งในรถ Super Cars ราคาแรงจากค่าย “ม้าลำพอง” เฟอร์รารี่ ที่คราวนี้มาพร้อมการออกแบบตัวถังรถสีดำตัดเส้นสายด้วยแทบสีแดงให้อารมณ์ถึงความสปอร์ต ด้านขุมพลังเครื่องยนต์วางเครื่องขนาด 6.3 ลิตร V12 พร้อมระบบ KERS แบบเดียวกับรถคูเป้ ให้พละกำลังที่ 800 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 163 แรงม้า ทำให้สามารถเร่งเค้นพละกำลังรวมทั้งหมดได้ที่ 963 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 349 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 3 วินาที จึงเป็นเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะที่ดีที่สุดที่ Ferrari มีมา ราคาค่าตัวของ LaFerrari Aperta อยู่ที่ 69 ล้านบาทเท่านั้น

Profiauto.com

#8 | McLaren P1 GTR

รถสปอร์ตต้นแบบจาก แม็คลาเรน ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อลงแข่งแบบเฉพาะกิจ ทำให้ดีไซน์นั้นโฉบเฉี่ยวขั้นสุด พร้อมด้วยสีสันที่โดดเด่นแม้จะอยู๋รวมพัรบนสนามแข่ง ตัวรถขับเคลื่อนด้วยระบบ Hybrid มีเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร V8 ให้พละกำลังที่ 1000 แรงม้า จับคู่ทำงานกับระบบเกียร์ DCT 7 สปีด ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ 2.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 362 กม./ชม. สนนราคาลงแข่งอยู่ที่ 81 ล้านบาท

Reddit.com

#7 | Pagani Huayra BC

รถสปอร์ตดีไซน์คลาสสิคอย่าง ปากานี อูไอรา (Pagani Huayra) เป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน ๆ ถึง 40% เพราะใส่เครื่องยนต์ขนาด 6.0 ลิตร Twin Turbo พร้อมการปรับจูนเพิ่มเติมจากโรงงานทำให้มีพละกำลังขยับขึ้นไปอยู่ที่ 800 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที มีแรงบิดสูงสุดที่ 1,100 นิวตัว ที่ 2,250-4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sequental 7 สปีด ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 88 ล้านบาท สมกับความเร็วแรงและดีไซน์ที่ล้ำอนาคต

Caricos.com

#6 | Bugatti Chiron

หนึ่งในรถซูปเปอร์คาร์จากค่าย บูคาติ โดย Chiron มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ทำงานร่วมกับ Twin Turbo ชาร์จเจอร์ E-Turbo 4 ลูก เค้นพละกำลังออกมาได้สูงสุด 1,500 แรงม้า พร้อมแรงบิดทะลุทะลวงที่ 1,500 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 6,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด ทำให้สามารถทำความเร่งจากจุดหยุดนิ่ง 100 กม. แรกได้ 2.5 วินาที และ 200 กม. ในเวลา 6.5 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ 463 กม./ชม. จัดเป็นซุปเปอร์ที่เร็วอันดับต้น ๆ ของโลกในยามนี้เลย ราคาก็อยู่ที่คันละ 93 ล้านบาท

Bugatti.com

#5 | Ferrari Pininfarina Sergio

และนี่คือรถเฟอรารี่ที่ถูกผลิตขึ้นเพียง 6 คันบนโลกเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการระลึกถึงนายเซอร์จิโอ ฟินินฟาริน่า หนึ่งในตำนานผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกที่ได้ล่วงลับ โดยรถซุปเปอร์คาร์คันนี้ถูกออกแบบมาให้มี 2 ประตู 2 ที่นั่งตามสไตล์การออกแบบรถสปอร์ตแท้ ๆ ตัวเครื่องใช้สีแดงตัดกับสีดำในการเล่นสีสัน ในขณะที่ด้านหน้าของรถจะมีกลิ่นอายของ Ferrari 485 รถสปอร์ตอีกรุ่นของเฟอรรารี่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องของดีไซน์แบบหัวจรวด ด้านเครื่องยนต์วางเครื่องขนาด 4.5 ลิตร ให้พละกำลังที่ 605 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ 3 วินาที สนนราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 94 ล้านบาท

GTSpirit.com

#4 | Aston Martin Valkyrie

รถหนึ่งเดียวจากค่าย Aston Martin ที่ติดอันดับเข้ามา โดยเจ้าวัลคีรี่ตัวนี้ถือเป็นรถที่มีอัตราเร่งอยู่ในเกณ์ที่เร็วมาก และยังมีสมรรถนะที่เทียบเคียงรถฟอร์มูล่าวันได้เลย โดยวัลคีรี่จัดเป็นรถไฮเปอร์คาร์ ที่เกิดจากการร่วมกันพัฒนาระหว่าง Aston Martin กับ Redbull Racing โดยเลือกวางเครื่องยนต์ BlockV12 ขนาด 6.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ แต่ใช้ระบบไฟฟ้าช่วยในการขับเคลื่อนของรถแทน ด้านพละกำลังรีดเค้นได้สูงสุดที่ 1,130 แรงม้า รถมีน้ำหนักตัวถังมากถึง 2,300 ปอนด์ เคาะราคาขายแบบสมน้ำสมเนื้อไปที่  94 ล้านบาท

Motor1.com

#3 | Lamborghini Veneno Roadster

รถสปอร์ตจากแบรนด์ยอดฮิตของคนค่อนโลกอย่าง แรมโบกินี่ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายในห้องคนขับ ที่ออกแบบมาให้เสมือนกับห้องห้องนักบินที่เปิดโล่ง มุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ ที่มีพละกำลังสูงสุดถึง 750 แรงม้า วางเครื่องยนต์ BlockV12 ความจุจนาด 6.5 ลิตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุด 354 กม./ชม. เปิดตัวที่ราคา 103 ล้านบาท

Hdcarwallpaper.com

#2 | Lykan HyperSport

มาต่อกันที่อันดับสองของโพลรถสปอร์ตสุดแพงกับ Lykan Hypersport เป็นรถสปอร์ตที่ถูกผลิตขึ้นเพียงแค่ 7 คันเท่านั้น และได้ถูกนำไปเผยโฉมในภาพยนต์ดังหลายเรื่องเช่น Fast And Furious 7 มาแล้ว ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย ยากที่จะมีใครเหมือน ภายในห้องโดยสารก็หรูหราราวกับเป็นห้องคนขับจากโลกอนาคต แถมภายในยังประดับตกแต่งด้วยเพชร พลอย ทับทิมอีกด้วย ด้านเครื่องยนต์ก็ไม่น้อยหน้าความไฮภายใน วางเครื่องยนต์ Twin Turbo ขนาด 3.7 ลิตร ให้พละกำลังที่ 770 แรงม้า เร่งสปีดจาก 0 – 100 กิโลเมตรได้ภายในเวลา 2.8 วินาที เคาะราคาอยู่ที่ 107 ล้านบาท

Wallpapercar.com

#1 | McLaren P1 LM  

ปิดท้ายกันด้วยเจ้าของค่าตัว รถสปอร์ต ที่มีราคาแพงที่สุดในโลกตอนนี้กับเจ้า McLaren P1 LM รถที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรู แต่โดดเด่นด้วนสีสันจัดจ้าน ผสานเข้ากับความอินดี้ที่ผลิตออกมาเพียงแค่ 6 คันเท่านั้นบนจักรวาลนี้ ทำให้กลายเป็นรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์ที่หายากที่สุดไปบัดนาว ด้านความแรง ใช้เครื่องยนต์บล็อคเดียวกับ GTR ทำงานร่วมกับระบบไฮบริด เครื่องยนต์มีขนาด 3.8 ลิตรแบบ twin-turbo V8 hybrid (เทอร์โบคู่ 8 สูบ) เค้นพละกำลังสูงสุดได้ที่ 386 แรงม้า เปิดราคาสถิติโลกอยู่ที่ราคา 116 ล้านบาท

Wedevil.com

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับกองทัพ รถสปอร์ต ที่มีราคาแพงสูงสุด 10 อันดับแรกของโลกประจำปี 2018 นี้ ซึ่งน่าจะถูกใจชาว Mover ที่รักความเร็วแรงกันบ้าง ซึ่งเราก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยกระตุ้นและจุดประกายไฟให้คุณได้กลับไปทำงานที่รักในวันพรุ่งนี้ เพื่อเก็บหอมรอบริบ รอวันถอยรถสปอร์ตคันโปรดให้ได้ในเร็ววัน


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com