Royal Enfield เปิดตำนานรถมอเตอร์ไซค์จากสงครามโลกครั้งที่ 2 “Classic 500 Pegasus”

รอยัล เอนฟิลด์ แบรนด์รถ มอเตอร์ไซค์ คลาสสิกสัญชาติอังกฤษที่มีสายการผลิตต่อเนื่องยาวนานมากที่สุดในโลก เปิดตัวรอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส(Royal Enfield Classic 500 Pegasus) รถมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น โดย ‘เพกาซัส’ ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอาร์อี/ดับบลิวดี ฟลายอิ้ง ฟลี 125 (RE/WD Flying Flea 125) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ฟลายอิ้ง ฟลี’ (Flying Flea)

ฟลายอิ้ง ฟลี ถูกสร้างขึ้นที่โรงงานของรอยัล เอนฟิลด์ ในเมืองเวสวู้ด สหราชอาณาจักร ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส สร้างขึ้นเพื่อสรรเสริญตำนานของฟลายอิ้ง ฟลี รอยัล เอนฟิลด์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าภาคภูมิใจเกี่ยวกับการผลิตด้านการทหาร ตรงกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า ‘Made Like a Gun Since 1901’ โดยรอยัล เอนฟิลด์ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์สำหรับปืนใหญ่ รวมทั้งรถ มอเตอร์ไซค์ ระหว่างช่วงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และปัจจุบันยังผลิตรถ มอเตอร์ไซค์ ให้กองทัพอินเดียอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รอยัล เอนฟิลด์ได้รับเลือกให้ทำการผลิตรถมอเตอร์ไซค์แก่กองทัพอังกฤษ และรัฐบาลของจักรวรรดิรัสเซียตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยยังคงทำการผลิตรถ มอเตอร์ไซค์ ที่คลาสสิก เรียบง่าย และดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยนั้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการผลิตที่โด่งดังมากที่สุดในสงครามโลกคือรถมอเตอร์ไซต์ ‘ฟลายอิ้ง ฟลี’ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กแบบ 2 สูบขนาด 125 ซีซีได้เข้าร่วมกับกองกำลังทางอากาศและเป็นส่วนหนึ่งของการรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ วันดี-เดย์ และยุทธการที่อาร์เนม

รอยัล เอนฟิลด์ ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่กองทัพอังกฤษที่ประจำการในฝรั่งเศสและเบลเยี่ยมระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และยังผลิตรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่กองทัพของจักรวรรดิรัสเซีย โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีรถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์นับหมื่นคันเข้าร่วมสมรภูมิการรบ แต่มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์รุ่นฟลายอิ้ง ฟลี ที่มีความเหมาะสมในการขนส่งผ่านร่มชูชีพไปยังหลังแนวข้าศึก โดยมียอดสั่งซื้อมากกว่า 4,000 คัน

ระหว่างช่วงสงคราม สำหรับ ฟลายอิ้ง ฟลี นั้นสร้างขึ้นมาให้มีความเรียบง่าย ทนทาน และคล่องตัว เพื่อใช้เป็นรถมอเตอร์ไซค์สำหรับการรบแนวหน้า รถคันนี้เป็นเครื่องมือที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับทหารพลร่มระหว่างการรบ บางคันก็ถูกขนส่งมากับเครื่องร่อนฮอร์ซ่า (Horsa Assault Glider) เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ถูกส่งถึงภาคพื้นดินแล้ว ได้ถูกใช้งานเพื่อการลาดตระเวน ติดต่อสื่อสาร รวมถึงนำพลทหารเข้าสู่สนามรบ

รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัสทั้ง 1,000 คัน มีตราโลโก้เพกาซัสติดอยู่  ซึ่งเป็นตราเครื่องหมายทางการของกรมพลร่มของสหราชอาณาจักร ประดับอยู่ที่ถังน้ำมันด้านข้างพร้อมระบุเลขซีเรียลนัมเบอร์ โดยมีลวดลาย ‘Made Like a Gun’ ที่ฝากล่องแบตเตอรี่ ตราเครื่องหมายและข้อความเหล่านี้ เป็นการตกแต่งจริงของ ฟลายอิ้ง ฟลี

ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส มีจำหน่ายใน 2 เฉดสี ซึ่งเป็นสีเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์ในช่วงสงครามโลก ได้แก่ สีน้ำตาลเซอร์วิส บราวน์ (Service Brown) และสีเขียวโอลีฟ แดรบ (Olive Drab Green)

รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส มาพร้อมกระเป๋าข้างสไตล์มิลิทารี่ทำจากผ้าแคนวาสและติดโลโก้เพกาซัส รถทั้งคันตกแต่งตามสไตล์มิลิทารี่ ได้แก่ แฮนด์จับสีน้ำตาล สายรัดหนังพร้อมหัวทองเหลืองบน ตัวกรองอากาศ ท่อไอเสีย ล้อ คันสตาร์ท แป้นเหยียบ และครอบไฟหน้าทั้งหมดในสีดำ สะท้อนสไตล์ ย้อนยุคแบบสงครามโลกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าและอุปกรณ์การขับขี่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานมอเตอร์ไซค์ช่วงสงครามโลกจำหน่ายที่รอยัล เอนฟิลด์ เอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์ ทุกสาขา ทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด หมวก พินติดเสื้อ กระเป๋า และหมวกกันน็อค โดยเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับคอลเลคชั่นนี้ผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัด และติดตราสัญลักษณ์เพกาซัสที่สินค้าทุกชิ้น

ประวัติศาสตร์ของรอยัล เอนฟิลด์ พร้อมให้ผู้ขับขี่ชาวไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์แห่งประวัติศาสตร์นี้ในจำนวนจำกัดเพียง 90 คันจาก 1,000 คัน ทั่วโลก โดยรอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัสจะเปิดให้จองผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมถึง 31 กรกฎาคม 2561 ในราคา 199,000 บาท ลูกค้าที่จองออนไลน์ก่อน มีสิทธิ์ได้รถมอเตอร์ไซค์ก่อน ข้อตกลงและเงื่อนไขตามหน้าเพจ ที่เว็บไซต์ของรอยัล เอนฟิลด์ที่ royalenfiled


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com