Type to search

ลองดูครับ! 5 เคล็ดลับง่าย ๆ เพื่อช่วยให้หลุดพ้นจากคำว่า “FRIEND ZONE”

Share

การแอบชอบใครซักคนแล้วคุณไม่ได้ทำอะไร ปล่อยให้มันผ่าน ๆ ไป นั้นมันคงจะทรมานมากทีเดียว แม้แต่ในเวลาหลับคุณก็ยังเป็นกังวลกลัวจะมีคนจีบเธอไปซะก่อน หรือความรู้สึกที่เธออยู่ใกล้แค่นี้แต่คุณไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่หากคุณรีบจีบแบบจริงจังเกินไปโดยไม่เช็คความรู้สึกของเธอให้ดีซะก่อน นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดที่คุณจะทำได้ในการจีบหญิง เพราะฉะนั้นวันนี้ทาง Mover จะพามาดูเทคนิคการเช็คเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่คุณแอบชอบว่าเขารู้สึกกับคุณอย่างไร และจะทำอย่างไรถ้าอยกาจะกระโดดออกมาจาก Friend Zone ของเธอ

#สัญญาณเตือนการแอบชอบ

การแอบชอบเป็นอาการที่ใครหลาย ๆ คนรู้แล้วว่ามันรู้สึกยังไง แต่ในกลุ่มของคนที่แอบชอบเพื่อนสนิทก็มีอีกหลายๆคนครับที่ไม่รู้ว่าคุณมีสัญญาณที่กำลังจะแอบชอบเพื่อนสนิทในกลุ่ม หรือในที่ทำงานเดียวกัน เพราะการที่ได้อยู่ทำงานร่วมกัน หรือทำกิจกรรมร่วมกันมาก ๆ ทำให้สมองของเราไม่สามารถแยกได้อย่างชัดเจนว่า ตอนนี้กำลังเป็นเพื่อน หรือเป็นคนที่แอบชอบ แตกต่างจากการที่คุณแอบชอบคนที่ไม่ได้รู้จักเลย เพราะสมองจะแยกความชอบนั้นได้อย่างชัดเจน

อาการของคุณจะเหมือนว่าคุณเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่เมื่อได้ทำงานกับเพื่อนคนนั้น และรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือร่างกายเกิดอาการเกร็งผิดปกติ ทั้งที่ไม่เคยเป็น โดยอาการก็คือ ทุกครั้งที่คุณเห็นเพื่อนของคุณไปกับผู้ชายคนอื่น หรือเริ่มมีเพื่อนใหม่ คุณจะรู้สึกหงุดหงิดหรือไม่สบายตัวแปลก ๆ คุณจะเริ่มรู้สึกว่ากำลังหวงเพื่อนแต่จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นการหึงซะมากกว่า

Out of the Friend Zone

ก่อนจะเริ่มลุย ต้องมาปรับทัศนคติสำหรับคนขี้กลัวก่อน จะมีบางคนที่คิดว่า การจีบเพื่อนสนิทมีแต่เสียกับเสียเพราะถ้าจีบไม่ติดแล้ว อาจจะทำให้เสียเพื่อนไปด้วย คนเหล่านี้เลยเลือกที่จะอยู่กับที่ไม่กล้าที่จะทำอะไรซักอย่างกับความรู้สึกนั้น ซึ่งจริงๆแล้วการที่คุณคิดแบบนั้นไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยครับ และมันอาจจะแย่ลงด้วยซํ้า สิ่งที่ผู้ชายหลาย ๆ คนทำเมื่อพวกเขาตกอยู่ใน Friend Zone ก็คือการตื้อและยื้อผู้หญิงคนนั้นไว้ เหมือนอย่างในหนังหรือในละคร แล้วคิดเอาเองว่าวันหนึ่งเมื่อคุณตื่นขึ้นมา เธอคนนั้นจะมาเห็นใจแล้วขอคุณเป็นแฟนเอง ซึ่งในละครก็เป็นอย่างนั้นเพราะจะทำให้ละครเรื่องนั้นสนุกมากยิ่งขึ้น

แต่ในชีวิตจริงแล้วนั้น คุณอาจจะเสียเวลาที่ไม่ได้บอกความรู้สึก หรือเสียเวลาอยู่ใน Friend  Zone หลายเดือนหรือเป็นปีๆแล้ว มันจึงถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่าง เช่นการพัฒนาตัวเองเพื่อให้เธอได้สนใจในตัวคุณ เพราะฉะนั้นก่อนอื่นจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องยอมรับและทำความเข้าใจก่อนว่า อย่าได้แอบชอบใครแล้วหยุดอยู่เฉยๆ ถ้ามันไม่สามารถเป็นไปได้จริงๆ ให้คุณเลิกไม่ต้องเสียเวลารอให้เธอหันมาสนใจแต่เอาเวลาไปหาความสัมพันธ์ใหม่ หรือ เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อตัวคุณเอง นอกจากการไม่ไป “ตื้อ” เธอแล้ว คุณยังต้องทำตัวว่างให้น้อยลง และทำตัวให้มีเป้าหมายในชีวิตให้ได้ เพราะนี่คือสเน่ห์อย่างแท้จริงของผู้ชาย ผู้หญิงจะสนใจผู้ชายที่ดูน่าค้นหา มีอะไรให้ทำในชีวิตหลายๆอย่าง เช่นการเล่นกีฬา ทำธุรกิจ และมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และคุณจะมีสเน่ห์มากขึ้นไปกว่านั้นถ้าหากคุณไม่ยอมให้อะไรมาบังเส้นทางไปสู่จุดหมายของคุณแม้แต่เรื่อง “ผู้หญิง”

#1 | อย่าตอบแชทเร็วเกินไป

เทคนิคนี้สำคัญมากครับ เรียกได้ว่าสำคัญเกือบที่สุดเลยก็ว่าได้ ถ้าหากคุณเป็นคนที่ตอบแชทเร็วขนาดที่ว่า เธอตอบแชทคุณมา 5วินาที คุณก็หยิบโทรศัพท์รีบมาตอบทันทีนั่นจะแสดงให้เธอเห็นว่าชีวิตของคุณช่างดู ”ไม่น่าค้นหา” และดูน่าเบื่อ มันจะดูเหมือนว่าชีวิตคุณไม่มีอะไรทำนอกจากการนั่งรอเธอตอบแชท ดูไม่มีเป้าหมาย ไม่มีจุดยืนของตัวเอง ทำให้หมดสเน่ห์ของผู้ชายไป 

#2 | ความมั่นใจคือสเน่ห์ที่ผู้หญิงทุกคนตามหา

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการจีบผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในห้องเรียน เพื่อนสนิท เพื่อนในที่ทำงาน สิ่งที่คุณต้องแสดงออกมามากที่สุดนั่นก็คือ “ความมั่นใจ” ครับนั่นเป็นสเน่ห์ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ชาย คุณเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่ถึงมักจะเลือกผู้ชายที่เป็น Bad Boy มันไม่ใช่เพราะ Bad Boy เป็นคนไม่ดีหรอกครับ แต่ด้วยความที่ Bad Boy มีความมั่นใจมากกว่าผู้ชายคนอื่น ๆ มีความคิดเป็นของตัวเองและกล้าจะทำมันโดยไม่สนใจสายตาที่มองมาที่เขา มันแสดงถึงทักษะของผู้นำซึ่งเป็นแก่นแท้ของเพศชายตั้งแต่ยุคหินแล้ว

คุณจำเป็นจะต้องเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองแม้ว่าคุณจะหน้าตาดีหรือไม่ให้จำไว้ว่าหน้าตาเป็นเพียงแค่15% แต่บุคลิกภาพคือ70% ครับ ส่วนที่เหลือคือเรื่องนิสัยและทัศนคติ ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่เดินหลังค่อม นั่งหลังงอ ก็เปลี่ยนมันตั้งแต่วันนี้ คุณอาจจะบอกเพื่อนสนิท หรือคนใกล้ตัวว่า ถ้าหากเห็นคนเดินหลั่งค่อม ให้ช่วยบอกคุณด้วย เพื่อที่คุณจะได้มีบุคลิกภาพที่ดีและมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากการยืน การนั่ง แล้วทักษะการพูดให้มั่นใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากเวลาคุณคุยกับเธอ พยายามอย่าให้มีคำว่า “เอ่อ..”  “อืออ…” หรือการพูดติด ๆ ขัด ๆ ถ้าหากคุณคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรขอให้หันกลับไปถามเธอเรื่องราวของเธอครับ 

#3 | รับฟังทุกปัญหาของเธอ 

นี่เป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับมากมายแต่ไม่ค่อยมีคนนำมาใช้ มันคือจิตวิทยาที่หากใครใช้มันเป็นไม่เพียงแต่การจีบผู้หญิง แต่เพื่อนที่ทำงาน คนใกล้ตัวจะรู้สึกรักคุณมากขึ้นครับ ถ้าหากคุณไปเดทกับเธอหรือได้คุยกับเธอแค่สองคน ถ้าคุณมัวแต่อวดอ้างว่าคุณเก่งอะไร จบอะไรมา มีความสามารถมากมายแค่ไหน เธอควจะรู้สึกเบื่อมาก ๆ ที่ต้องมานั่งฟัง นี่เป็นอีกสิ่งที่หลายคนไม่รู้และมองข้ามไป คนเรานั้นชอบที่จะให้ผู้อื่น “รับฟัง” ความคิดของเราให้มากที่สุดเพราะมันทำให้ตัวเรามีคุณค่ามากขึ้น

และยิ่งถ้าเป็นเพศหญิง เธอจะรู้สึกดีมาก ๆ ถ้าทุกวันคนที่อยู่ข้างเธอเป็นคนที่รับฟังเธอในทุกเรื่อง เวลาที่เธอพูดคุณก็ไม่พูดขึ้นมาขัดเธอ ปล่อยให้เธอพูดให้จบก่อน หรือมีสอดแทรกคำถามให้เธอ เพื่อแสดงถึงความสนใจในสิ่งที่เธอพูด แล้วคุณจึงใช้คำว่า “ผมขอเสริมนะครับ…” ซึ่งเป็นคำที่จะทำให้เธอรับฟังและไม่เป็นการไปหักล้างความคิดของเธออีกด้วย แต่ทั้งหมดต้องบอกก่อนว่าขอให้มันออกมาจากใจจริง ๆ ไม่ใช่การเสแสร้ง ถ้าหากคุณเป็นคนชอบพูดไม่ค่อยอยากฟังเท่าไหร่ขอให้ลองฝึกกับเพื่อนและคนรอบตัวดูก่อนก็ได้ครับ และเมื่อคุณเป็นผู้รับฟังที่ดี รับรองว่าไม่เพียงแต่คุณจะได้ครองใจเธอคนนั้น แต่ทั้งเพื่อนและคนที่เข้ามาในชีวิตคุณจะรู้สึกดีมาก ๆ เวลาที่ได้คุยกับคุณครับ

#4 | หัดเป็นคนช่วยเหลือและอย่ายึดติด

เมื่อคุณได้คุยกับเธอมากขึ้นหรือเธอเริ่มเปิดใจยอมรับคุณแล้วไม่ว่าในสถานะอะไรก็ตาม เธอมักจะเปิดใจคุยเรื่องแย่ ๆ ในชีวิต และผู้หญิงส่วนมากเลยเธอมักจะเล่าเรื่องผู้ชายที่เธอเคยคบมาให้กับคุณฟัง นั่นคือหน้าที่ของคุณที่จะได้ใช้เทคนิคที่เราให้ไปคือ “การรับฟัง” และทำใจให้นิ่งครับ เพราะจุด ๆ นี้แหละคือจุดพลิกว่าเธอจะชอบคุณหรือไม่ คุณต้องพยายามทำให้เธอสบายใจ และคุณต้องพยายามช่วยเธอให้มากที่สุด โดยไม่หวังว่าเธอจะชอบคุณ แล้วนั่นแหละ เธอจะชอบคุณครับ! เพราะเมื่อเธอได้เล่าเรื่องที่ไม่สบายใจให้กับคุณฟังต่อให้ไม่ใช่เรื่องแฟนของเธอก็ตาม เธอจะรู้สึกดีมาก ๆ ที่มีคนคอยรับฟังและให้กำลังใจเธออย่างมีเหตุผล และตอนนี้แหละคุณจะได้ออกจาก Friend Zone เพราะเธอมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวคุณ เธอจะรู้สึกว่าคุณเป็นที่พึ่งได้ เป็นได้มากกว่า “เพื่อนสนิท” และเมื่อเธอเดือดร้อน ผู้ชายแบบคุณนี่แหละที่เธอต้องการให้ช่วย

#5 | อย่าเป็นของตาย

pixabay.com

เทคนิคสุดท้าย เป็นอีกเทคนิคที่สำคัญมากครับ ผู้หญิงมักจะมองผู้ชายที่เข้ามาหาว่าเขามาจากจุดไหน มาจากจุดที่ “เป็นขอทาน” มาขอความรักจากเธอ ขอร้องอ้อนวอนให้เธอไปรัก หรือ มาจากจุดที่ “เลือกได้แต่ก็ยังเลือกเธอ” แน่นอนว่าถ้าคุณมาจากจุดที่เป็นขอทาน เธอจะไม่สนใจคุณหรอกครับ เพราะคุณไม่มีตัดยืนไม่มีคุณค่าในตัวเอง เธอโทรหาเมื่อไหร่คุณก็ยังรับสาย ชวนไปไหนคุณก็ยังยอมยกเลิกนัดทุกอย่างเพื่อไปหาเธอ เธอจึงคิดว่าเก็บคุณเอาไว้ใน Friend Zone เหมือนเดิมดีกว่าเพราะวันไหนที่เธอเหงา หรือไม่มีมีใครจริงๆแล้ว ก็ค่อยกลับมาหาคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณมาจากจุดที่ “เลือกได้” แน่นอนครับว่าคุณจะดูมีคุณค่ามาก ๆ ในสายตาของเธอ จำไว้เสมอนะครับว่าผู้หญิงจะชอบผู้ชายที่เธอต้อง “พยายาม” ให้ได้มา ไม่ใช่ “ได้มาง่าย ๆ”

เมื่อคุณมีคนคุยที่เยอะขึ้นขอให้บอกเธอไปเลยครับ ว่ามีคนเข้ามาในชีวิตคุณเยอะ มันอาจจะดูแย่ แต่คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องบอกทัศนะคติของคุณก่อนว่า “การคุยหลายคนไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม และคุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่ดีที่สุด แต่เมื่อได้เลือกใครแล้วคุณจะทำให้ดีที่สุด” เมื่อเธอได้ยินแบบนั้นรอบรองว่าตัวคุณจะดูมีคุณค่า และมีสเน่ห์มากๆ แต่ถ้าหากคุณไม่มีคนคุย ขอให้มีเป้าหมายในชีวิต และมีกิจกรรมทำเยอะเข้าไว้ครับ อย่าทำตัวเป็นคน “ว่างเสมอ”ให้กับเธอ เวลาที่เธอชวนไปกินข้าวหรือดูหนัง ให้คุณปฏิเสธแล้วเลื่อนเวลานัดของเธอบ้าง หรือเปลี่ยนเป็นเวลามี่คุณว่างจริงๆแล้วบอกเธอไปเช่น “ผมว่างวันศุกร์นี้ตอนห้าโมงเย็นไปดูหนังด้วยกันได้ครับ” มันจะทำให้คุณดูน่าค้นหามากกว่าที่คุณจะบอกว่า “ผมว่างเสมอครับเพือคุณ”

และนั้นก็เป็นวิธีเช็คและวิธีจีบเพื่อนของคุณ หรือแม้แต่ผู้หญิงใหม่ ๆ ที่เข้ามาในชีวิตคุณ คุณก็สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ได้ อย่าลืมที่จะมีเป้าหมายในชีวิต เป็นผู้ชายที่มีจุดหมายปลายทางชัดเจน มีความมั่นใจ ไม่ทำตัวเป็นของตาย และจำไว้เสมอครับว่า คุณควรจะให้เธอ “เข้ามาในชีวิตคุณ” มาสนุกและร่วมผจญภัยไปกับคุณ ไม่ใช่คุณเข้าไปในโลกของเธอและยอมเธอทุก ๆ อย่าง เพราะนั้นจะทำให้คุณตกอยู่ใน Friend Zone ไปตลอดกาล


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com
Tags:

You Might also Like