FRANÇOIS NARS ช่างภาพและช่างแต่งหน้าผู้หักล้างทฤษฎีแฟชั่นเดิมๆ

สัมผัสทุกแง่มุมแห่งความเป็น ฟรองซัวส์ นารส์ ผ่านหนังสือรวบรวมภาพ-ชีวประวัติ เรียบเรียงตามลำดับเวลา จากการเป็นผู้จุดประกายจินตนาการหลังเวทีแฟชั่น และผู้ออกแบบ-สร้างภาพลักษณ์ให้แก่เหล่าสุดยอดนางแบบระดับโลก ไปจนถึงการเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดสร้างสรรค์แห่งวงการแฟชั่น และความงามในปัจจุบัน

ด้วยการกำกับศิลป์ และขึ้นคำนำหนังสือโดย ฟาเบียน บารอน แห่งบริษัทออกแบบชื่อดัง Baron & Baron เนื้อหาภายในหนังสือถ่ายทอดเรื่องราวในโลกของฟรองซัวส์ ตลอดจนแรงบันดาลใจต่างๆ ในชีวิตของเขา รวมถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญ จากมุมมองล้ำสมัย ไม่เหมือนใครในฐานะศิลปิน เขาคือผู้ปฏิวัติมาตรฐานวัฒนธรรม, การทำงานร่วมกับเหล่าบุคคลผู้เปี่ยมรสนิยม และบุคคลต้นแบบทั้งหลายแห่งวงการ ตลอดจนเป็นผู้จุดไฟฝันขับเคลื่อนวงการเครื่องสำอางในฐานะผู้ก่อตั้ง และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ NARS Cosmetics

ในแง่ของการเป็นช่างภาพบุคคลผู้สามารถถ่ายทอดบุคลิก ความรู้สึก และอารมณ์ของเจ้าของภาพออกมาได้อย่างชัดเจน นารส์ขยายผลทางการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเขาด้วยการลงมือถ่ายภาพโฆษณาให้แก่แบรนด์ของตนเอง ตลอดจนภาพประกอบบทความแฟชั่นชั้นสูง และร่วมโครงการงานถ่ายภาพส่วนบุคคล ทุกบทในหนังสือเล่มนี้ตีแผ่ทุกแง่มุมพรสวรรค์ และความสามารถของศิลปินเจ้าของนามอันเป็นแรงบันดาลใจตลอดกาล : ฟรองซัวส์ นารส์

“การทำงานของผมในฐานะศิลปินช่างแต่งหน้า, นักออกแบบสร้างสรรค์ และช่างภาพ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกัน ไม่สำคัญว่าผมกำลังถ่ายภาพ หรือกำลังแต่งหน้า เป้าหมายของผมก็คือ ทำให้ตัวบุคคลนั้นงดงาม ดึงเอาศักยภาพที่แฝงเร้นอยู่ในตัวพวกเขาออกมา ผมเชื่อจริงๆ ว่าคนทุกคนมีความงดงามตามแบบฉบับของตนเอง” – ฟรองซัวส์ นารส์

เนื้อหาทั้ง 6 บท ตั้งขึ้นตามชื่อผลิตภัณฑ์ระดับตำนานของ NARS

1. FASHION REBELเวลาไม่กี่ปีในช่วงแรกของการเป็นนักออกแบบผู้ก่อนวัตกรรมให้แก่วงการแฟชั่น และเป็นผู้ปฏิวัติแวดวงศิลปินช่างแต่งหน้า

2. UNCONDITIONAL LOVE – แรงบันดาลใจ และอิทธิพลต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของฟรองซัวส์ นารส์

3. THE POP LIFE – บุคคลต้นแบบ และผู้ทรงแบบฉบับที่มีอิทธิพลสูงสุดแห่งวงการแฟชั่น

4. EXHIBIT A – ความหลากหลายในการถ่ายทอดบุคลิก และอารมณ์ผ่านผลงานภาพถ่ายบุคคลของฟรองซัวส์ นารส์

5. NEW ORDER – การร่วมงาน และกระบวนการพัฒนาผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ของแบรนด์NARS

6. ISLAND FEVER –อิทธิพล และแรงผลักดันจากเกาะโมตูตาเน และหนังสืออุทิศให้แก่เกาะแห่งนี้

History Of FRANÇOIS NARS

หลังจากจบการศึกษาจากสถาบันความงามการิต้า (Carita) อันโด่งดังแห่งปารีส ตามด้วยการฝึกฝนฝีมือกับศิลปินช่างแต่งหน้าชื่อดังแห่งยุค โอลิวิเยร์ เอโชเดอเมซง ฟรองซัวส์ นารส์ ก็เริ่มต้นเส้นทางชีวิตของตนในแวดวงแฟชั่น และความงามอย่างจริงจัง เขาย้ายไปสู่มหานครนิวยอร์กเมื่อปีค.ศ. 1984 และประสบความสำเร็จทันที ด้วยการร่วมงานกับนิตยสารชื่อดังอย่าง Harpers Bazaar, ELLE และ Vogue  เขาได้ร่วมงานกับเหล่านักออกแบบแฟชั่นอย่าง คาร์ล ลาแกรเฟลด์, มาร์ค ยาค็อบส์, โดลเช่ และกาบบาน่า และ แอนนา ซุย ในการสร้างสรรค์รูปแบบการแต่งหน้าหรือ “เมคอัพลุค” สำหรับใช้กับการแสดงแฟชั่นบนรันเวย์ ในเดือนพฤศจิกายน 1994 ฟรองซัวส์ วางจำหน่ายคอลเลคชั่นลิปสติก 20 เฉดสีในห้างบาร์นียส์ นิวยอร์ก ความต้องการล้นหลามที่มีต่อสีแต่งริมฝีปากเฉดต่างๆ ของเขา เป็นแรงบันดาลใจให้ฟรองซัวส์ออกแบบ สรรค์สร้างเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ถนอมผิวครบวงจร

ในฐานะผู้ก่อตั้ง และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เขายังคงเป็นพลังขับเคลื่อนให้การพัฒนาผลงานต่างๆ ของ NARS Cosmetics ในปัจจุบัน อีกทั้งยังขยายขอบเขตความสามารถของตนในเชิงสร้างสรรค์ไปสู่การถ่ายภาพ และได้ออกหนังสือ ซึ่งประสบความสำเร็จทั้ง 5 เล่ม นั่นคือ XRay, Makeup Your Mind, Makeup Your Mind: Express Yourself, 15X15 และ Faery Lands.

Q&A With FRANÇOIS NARS

 Question: อะไรคือประเด็นหลักในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้? อะไรทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากผลงานเล่มอื่นๆ ที่เคยตีพิมพ์มาของคุณ?

Answer: หนังสือเล่มนี้เป็นบทสะท้อนถึงความหลงใหลที่ผมมีต่อสิ่งต่างๆ ทุกสิ่งที่ผมรัก และก่อแรงบันดาลใจให้แก่ผม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่, ครอบครัว, เหล่านักแสดง และภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ซึ่งล้วนมอบแรงบันดาลใจให้แก่ผม ทั้งหมดถูกรวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้

Question: คุณเริ่มคิดที่จะตีพิมพ์หนังสือรวบรวมผลงาน และเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของตนเองมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

Answer: สักสองปีแล้วนะ ผมอยากมีหนังสือ ซึ่งสะท้อนถึงแง่มุมต่างๆ ในชีวิตของผม เวลาเราทำหนังสือเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับชีวิต และแรงบันดาลใจ นั่นต้องอาศัยเวลา ครั้นเมื่อหนังสือเสร็จสิ้น มันก็จบ จบลงด้วยการเป็นตัวแทนของชีวิตเรา ผมต้องมั่นใจว่าผลงานเล่มนี้ต้องประณีต พิถีพิถัน ละเอียดละออ โดยไม่ลืม หรือตกหล่นอะไรไป

Question: มีแก่นสาระอะไรที่คุณต้องการบอกต่อโลกผ่านหนังสือเล่มนี้?

Answer: ผมต้องการแสดงถึงสิ่งซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในวัยเยาว์ของผม สิ่งซึ่งผลักดันให้ผมกลายเป็นศิลปินช่างแต่งหน้า และช่างภาพ และบรรดาบุคคลต้นแบบที่ผมชื่นชอบ หลงรักในระหว่างที่กำลังโตขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะอธิบายตัวตนที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้

Question: ตอนเริ่มต้นอาชีพการงานในสายนี้ ช่วงเวลาใดที่ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณทำได้?

Answer: มีสองช่วงเวลาสำคัญสำหรับผม อันดับแรกคือตอนที่ผมเดินทางมาสู่กรุงปารีส หลังจากที่เติบโตอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส นั่นเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญสำหรับผม เป็นก้าวอันยิ่งใหญ่ เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่ชักนำให้ผมเข้าสู่ฉากตระการตาแห่งวงการแฟชั่นในตอนปลายทศวรรษที่ 70

เหตุการณ์สำคัญช่วงที่สองก็คือ เมื่อห้าปีก่อนตอนผมเดินทางสู่กรุงนิวยอร์ก เป็นช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ เพราะนั่นเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริง ในปารีส ผมเริ่มต้นทำงาน แต่ในสหรัฐอเมริกา นั่นคือช่วงเวลาที่งานของผมเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแท้จริง

Question: อะไรคือเคล็ดลับในการสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ?

Answer: ผมคิดว่า สิ่งสำคัญคือต้องแข่งกับตัวเอง หาโจทย์ท้าทายให้ตัวเอง อย่านึกพึงพอใจในสิ่งซึ่งตัวเองทำ เพราะเราต้องทำได้ดีกว่านั้นเสมอ นั่นแหละคือหนึ่งในแรงผลักดันของผม ถึงอย่างนั้น ผมก็พอใจแค่ 90 เปอร์เซนต์ในผลงานส่วนใหญ่ ส่วนอีก 10 เปอร์เซนต์ ก็คือความรู้สึกว่า คราวหน้าเราต้องทำได้ดีกว่านี้ ผมคิดว่านั่นทำให้เราก้าวเดินรุดหน้าต่อไป ทำให้เรามีความสดใหม่ สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ และหามุมมอง หรือแนวทางความคิดใหม่ๆ ได้ตลอด สำหรับผม ย่อมมีสิ่งใหม่ๆ ให้ทำได้เสมอ

Question: คุณยังคงเป็นหนึ่งในศิลปินช่างแต่งหน้าผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของวงการ คุณมีเคล็ดลับอะไรสู่ความสำเร็จ?

Answer: สิ่งสำคัญนั้นก็คือ ต้องแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าเสมอ และอย่าได้คิดที่จะพอใจอะไรเด็ดขาด ในขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ร่วมงานของเรา ทำให้ผู้คนรอบข้างตื่นเต้น และสร้างความตื่นเต้นให้แก่สาธารณชนด้วยผลงานของเรา ด้วยสิ่งที่เราทำ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเรากำลังทำสิ่งซึ่งถูกต้อง เหมาะสมสำหรับผม ความสำเร็จจริงๆ แล้วก็คือเรื่องของการเกิดแรงบันดาลใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน

Question: คำจำกัดความของคุณที่มีต่อ “ความงาม” คืออะไร?

Answer: นิยามความงามของผมก็คือ พยายามจริงใจให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จริงใจในที่นี้ก็คือ มีความตั้งใจจริง รักในความเป็นจริง และพยายามอย่างแท้จริงที่จะถ่ายทอดภาพลักษณ์ สร้างสรรค์สิ่งซึ่งมีความงดงาม ความงามเป็นคำพูดเชิงสัญลักษณ์ ความงามคืออะไร? ทุกคนล้วนมีมุมมอง หรือวิสัยทัศน์ในแง่ของความงามเป็นแบบฉบับของตัวเอง เป็นความชอบเฉพาะบุคคล และเกี่ยวพันกับบุคลิกเฉพาะตัวเสมอ สำหรับผม เวลาผมถ่ายภาพใครสักคน ผมต้องเข้าให้ถึงจิตวิญญาณของบุคคลนั้น

Question: อะไรคือเคล็ดลับในการแต่งหน้าให้สวย ดูดี? มีผลิตภัณฑ์มาตรฐาน หรือผลิตภัณฑ์ติดอันดับขายดีอะไรที่ผู้หญิงสักคนต้องมีติดตัว?

Answer: ผมพูดเสมอว่า เมคอัพ หรือการแต่งหน้าคือเรื่องราวของความรักที่มีต่อผู้หญิง ผมคิดว่าผู้หญิงย่อมรู้ดีว่าตนต้องการอะไร ถ้าไม่รู้ ก็ต้องหา และหาให้พบ ผู้หญิงย่อมรักสวย รักงาม และนั่นทำให้พวกเธอใส่ใจในเรื่องของการแต่งหน้าเพื่อเปลี่ยนแปลง หรือยกระดับตัวเอง เวลาเราเลือกเมคอัพ นั่นก็เหมือนกับเวลาไปร้านขายรองเท้า หรือร้านขายเครื่องเพชร แล้วก็เลือกสิ่งซึ่งเราสะดุดตา หรือชื่นชอบ ความสะดุดตาน่าสนใจ ย่อมอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเมคอัพ หรือสิ่งใดๆ ก็ตาม

Question: ตอนวางจำหน่าย Orgasm Blush คุณคาดหวังไหมว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้?

Answer: ไม่ครับ ไม่เลย ผมไม่เคยคิดว่ามันจะฮิตได้ขนาดนี้ ตอนผมออกแบบ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ผมทำทุกอย่างเหมือนกัน เหมือนกับค่อยๆ ต่อชิ้นส่วนภาพปริศนาเข้าด้วยกัน จากนั้นก็เลือกชื่อ หรือตั้งชื่อ บลัชแต่งแก้มชุดแรกที่ผมออกแบบสรรค์สร้าง ล้วนตั้งชื่อตามอารมณ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับความรัก ความเสน่หา รวมถึง Orgasm ด้วยเช่นกัน ผมรู้สึกว่าเซ็กส์ หรือเรื่องเพศ เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของคนเราอย่างสมเหตุสมผล

Question: ในอาชีพการงานของคุณ อะไรเป็นสิ่งซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับคุณ?

Answer: แฟชั่นย่อมมีอิทธิพลต่อผมมากที่สุด ผมหลงใหลในแฟชั่น แฟชั่นเป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ เป็นแรงบันดาลใจหลักสำหรับผม ผมกลายเป็นศิลปินช่างแต่งหน้า เพราะผมอยากเข้าสู่วงการแฟชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างทศวรรษที่ 70 ช่วงเวลาสุดอัศจรรย์ เหมือนดินแดนแห่งความฝัน เป็นยุคสมัย ซึ่งเต็มไปด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ เป็นยุคปฏิวัติของวงการแฟชั่น และความงาม เป็นช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้น ที่จะได้อยู่ในวงการนี้

Question: จวบจนปัจจุบันนี้ คุณยังหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองได้อย่างไร?

Answer: ก็ด้วยการอยู่ท่ามกลางทีมงานที่ดี ท่ามกลางผู้คน ซึ่งมีความสามารถ นั่นแหละ เป็นสิ่งสำคัญ ผู้คนที่เราทำงานด้วย ควรสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เรา แบบเดียวกับที่เราสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พวกเขา ตลอดเวลา ผมพยายามค้นหา ทำความรู้จักกับสิ่งใหม่ๆ คงความสดใหม่ มีความสนุกสนาน สำหรับผม งานต้องสนุก และเราต้องสนุกไปกับการทำงาน เพราะถ้าหมดสนุกเมื่อไหร่ เราก็จะหมดความสนใจ ใส่ใจในงานนั้นทันที

 


Q&A With Fabien Baron

 

Question: เนื้อหาโดยสังเขปของหนังสือเล่มนี้มีอะไรบ้าง?

ก็เป็นเรื่องราวของฟรองซัวส์ นารส์ บุรุษผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์เครื่องสำอาง NARS เป็นหนทางไปสู่การทำความเข้าใจในโลกของเขา, มุมมอง หรือวิสัยทัศน์ของเรา ตลอดจนบุคลิกส่วนตัว และชีวิตของเขา

Question: คุณกับฟรองซัวส์ร่วมงานกันอย่างไรในการทำหนังสือเล่มนี้? กระบวนการทำงานเป็นอย่างไร?

Answer: คุณงามความดีในการทำงาน หรือโครงการใดๆ กับฟรองซัวส์ก็คือ ไม่มีกระบวนการใดทั้งสิ้น

เขาก็แค่ให้ผมดูภาพต่างๆ ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เขา โลกที่ NARS ถือกำเนิด โลกใบที่เขาอาศัยอยู่ และการพูดคุยของเราก็เริ่มต้นจากตรงนั้น มีอิสระเต็มที่ เป็นบทสนทนาซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปหาสิ่งต่างๆ ประเด็นใดก็ได้

Question: บทต่างๆ ในหนังสือชื่อซึ่งเป็นเอกลักษณ์มาก ชื่อเหล่านี้มีที่มาจากไหน?

Answer:ทุกสิ่งต้องดูเป็นฟรองซัวส์ ให้ความรู้สึกถึงเขา บ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของเขา นั่นคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งผม และฟรองซัวส์ – ความสำคัญอยู่ที่เนื้อแท้ บทต่างๆ มาจากช่วงเวลาทั้งหลายในชีวิตของฟรองซัวส์ เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญ ซึ่งเราต้องการหยิบยกมาพูดถึง

Question: คุณกับฟรองซัวส์ทำงานด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้นเข้าวงการ ดังนั้น คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นคนเขียนบทนำให้แก่หนังสือเล่มนี้?

Answer: ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่เขาขอให้ผมเป็นคนเขียนบทนำคำอุทิศให้ และนั่นก็เป็นโอกาสให้ทบทวนถึงช่วงเวลาหลายๆ ปีที่เราได้ทำงานร่วมกัน

Question: คุณมีความทรงจำพิเศษ หรือเหตุการณ์ประทับใจในการทำงานร่วมกันบ้างไหม?

Answer: มีสิครับ เป็นเรื่องที่ว่า เราพบกันได้อย่างไร ตอนนั้นเป็นช่วงกลางทศวรรษที่ 80 เราร่วมงานถ่ายโฆษณาให้แก่ห้างบาร์นียส์ มีสตีเว่น มายเซิลเป็นช่างภาพ ส่วนนางแบบคือลินดา อีแวนเจลิสต้า ฟรองซัวส์เป็นช่างแต่งหน้า ส่วนช่างผมก็คือโอริบ ตอนนั้น ลินดาเพิ่งเข้าวงการมาปีนึงเห็นจะได้ ผมจำได้ว่า ถึงแม้เราทั้งคู่จะเป็นคนฝรั่งเศส แต่ผมกับฟรองซัวส์ก็คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ ผมไม่รู้ว่าทำไม เราทั้งคู่อยู่ในสหรัฐกันได้สักพักใหญ่แล้ว คงต้องมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นแน่

หาซื้อได้แล้ววันนี้สำหรับ FRANÇOIS NARS Book ในราคา 3,200 บาท ที่ตัวแทน ผู้จัดจำหน่ายระดับสากล – Amazon, Barnes & Noble, บูติก และเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง NARS Cosmetics รวมถึงทางเว็บไซต์ narscosmetics.com


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com