Type to search

Cashless Society:: จะเป็นอย่างไรเมื่อโลกใบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ “เงินสด” อีกต่อไปแล้ว

Share

ในโลกปัจจุบันถ้าเราสังเกตคงเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในการใช้เงินนั่นคือความสำคัญของเงินสดนั้นน้อยลงไปเรื่อย ๆ เนื่องจากระบบใหม่ ๆที่จะเข้ามาแทนที่ระบบการจ่ายเงินแบบเดิม ๆ อย่างการจ่ายเงินซื้อของในปัจจุบันแทบจะไม่ต้องพกกระเป๋าตังออกจากบ้านแล้ว เพราะสามารถจ่ายเงินได้ผ่านบัตรเครดิต หรือการขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางในปัจจุบันก็สามารถใช้แอพลิเคชั่นมาจ่ายเพื่อเดินทางได้แล้ว ไม่เว้นแม้แต่ตามตลาดนัดหรือตามร้านค้าต่างๆ ที่สามารถใช้แอพลิเคชั่นของธนาคารแสกนบาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินค่าสินค้าหรือค่าอาหารได้เลย เรียกได้ว่าเรากำลังจะเข้าสู่ Cashless Society แบบสมบูรณ์แบบแล้ว

#อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่ “เงินสด” ไม่จำเป็นอีกต่อไป!

นอกจากเรื่องของการใช้จ่ายที่ไม่ต้องใช้เงินสดแล้ว การลงทุนก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดอีกเช่นกันโดยปัจจุบันสามารถซื้อการลงทุนผ่านบัตรเครดิตได้แล้ว  อย่างการลงทุน สามารถซื้อกองทุนต่างๆ ผ่านระบบบัตรเครดิตได้แล้ว เรียกได้ว่าไม่ต้องออกจากบ้านก็สามารถลงทุนทำเงินได้แล้ว ซึ่งในอดีตเรายังต้องออกจากบ้านเพื่อไปธนาคารแล้วนำเงินสดไปซื้อกองทุนกับพนักงานธนาคารอยู่เลย

อย่างการลงทุนในระยะยาว การออมเงินไปกับกองทุนต่าง ๆ อย่างกองทุนรวม LTF หรือ RMF ในช่วงปลายปีก็สามารถใช้ระบบบัตรเครดิตรูดซื้อกองทุนได้โดยไม่ต้องพกเงินสดไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารให้ยุ่งยาก และต่อไปคุณจะไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนไกลจริงๆครับ เพราะ เริ่มมีกระแสที่ว่า ปัจจุบันธนาคารเริ่มให้สินเชื่อผ่านทางเครื่องอัตโนมัติแล้ว หมายความว่าคุณไม่ต้องไปต่อคิวยาวในธนาคาร หรือฝ่ารถติด เตรียมแผน แต่งตัวให้หล่อดูมีฐานะ อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ ง่ายขึ้นด้วย

#ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบไร้เงินสดและไม่ต้องออกจากบ้าน

ไม่เพียงแต่การลงทุนในกองทุนรวม แม้แต่ทรัพย์สินชิ้นใหญ่ ๆ ก็สามารถที่จะลงทุนแบบไม่ต้องใช้เงินสดได้ หากเราผ่อนชำระหนี้อสังหาริมทรัพย์กับทางธนาคาร สามารถจ่ายผ่าน ระบบ E-payment หรือการตัดบัญชีอัตโนมัติได้ แปลว่าถ้าหากคุณผ่อนส่งอสังหาริมทรัพย์กับทางธนาคาร คุณไม่ต้องนำเงินไปจ่ายที่ธนาคารแล้ว แต่ธนาคารจะตัดผ่านบัญชีของคุณเลย ทำให้การลงทุนง่ายขึ้นมาก

นอกจากนี้ยังใช้ในระบบการโอนค่าเช่า ก็สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้แบบไม่ยุ่งยากระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า ซึ่งตรงนี้นอกจากจะสะดวกแล้วยังถือเป็นการแก้ปัญหาการเรียกเก็บค่าเช่าอีกด้วย เพราะปัจจุบันสามารถโอนได้ผ่านมือถือทันที ต่อไปคุณสามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ผ่านตู้ระบบ AI ที่ประเมินธุรกิจและให้วงเงินเข้าไปในบัญชีได้อย่างรวดเร็ว และคุณไม่ต้องมาปวดหัวเจอกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ไม่เก่ง ไม่มีหัวทางธุรกิจ เพราะทุกตู้นั้นเป็นระบบ AI จึงสามารถประเมินแผนธุรกิจ และเช็คเครดิตได้ถูกต้องสมบูรณ์แบบเท่ากันหมดทุกที่  

คุณอาจจะแค่เดินไปดูตึก หรือคอนโด แล้ววิเคราะห์แผนธุรกิจจากนั้นแค่หาตู้แถวนั้นเสนอแผนและตู้จะเช็คเครดิตของคุณผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรประชาชน แค่นี้ก็เช็คได้แล้วว่าสามารถกู้ผ่านได้หรือไม่ หรือสามารถกู้ได้กี่ % ของราคา  

Crowdfunding ระบบที่จะมาปูทางให้ STARTUP ไปถึงฝัน

Crowdfunding ระบบระดมทุนของเหล่า STARTUP ทั่วโลก โดยถ้าหากเด็กรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย หรือ แผนธุรกิจที่เจ๋งๆ มีความเป็นไปได้ แต่ดันไม่มีทุน หรือไม่อยากใช้ทุนตัวเอง ก็สามารถนำผลงานไปเสนอแผนในเว็บไซต์ได้ อย่างเว็บ meefund ที่เปิดโอกาสให้เด็กใหม่ในวงการได้แจ้งเกิด และจะมีนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุน โดนอาจจะแลกกับการเป็นหุ้นส่วนของบริษัทย์ และนี่ก็คือการหาเงินทุน โดยไม่ต้องมาจ่ายเป็นเงินก้อน หรือ นั่งคุยกันให้เสียเวลา แต่ต้องบอกก่อนว่าถ้าไอเดียไม่เจ๋งจริงก็กินได้แค่ลมนะครับ เงินอย่าหวังจะได้แตะเชียว

ในปัจจุบันไม่เพียงแต่ระดมทุนผ่านเว็บไซต์เท่านั้น แต่ในกลุ่มของ STARTUP หรือองค์กร ต่างๆยังสามารถระดมทุนผ่านการ ICO หรือ Initial Coin Offering คือการที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนในกิจการ ผ่านเหรียญดิจิตอลต่าง ๆ โดยจะมีระบบ Block Chain เข้ามาจัดการทำให้การดำเนินธุรกรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส ถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจมากในตอนนี้

#เงินดิจิตอลมาแน่ ต่อไปไม่ต้องพกกระเป๋าตังไปกินข้าวแล้ว

ปัจจุบันเราคงเห็นข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถตีมูลค่าแทนเงินได้อย่าง Bitcoin กันมาแล้ว ซึ่งในตอนแรกยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่มาบูมเอาอย่างมากในปี 2016-2017 นักลงทุนต่างให้ความสนใจกับมัน และมีนักลงทุนมากมายที่เจ็บตัวจากการลงทุนนี้เช่นกัน

จริงๆแล้วโลกของเรากำหนดสิ่งมีค่าขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ในสมัยก่อนเราแลกเปลี่ยนสิ่งของ กับ ทองคำ และเปลี่ยนมาเรื่อยจนมาถึงกระดาษที่เราเรียกว่า “เงิน” มาถึงยุคปัจจุบัน สิ่งที่มีค่าในการแลกเปลี่ยรอาจจะไม่ใช่ “เงิน” ที่อยู่ในรูปของกระดาษที่จับต้องได้อีกต่อไป แต่มันอาจจะไปอยู่ในรูปของ “ดิจิตอล”

Bitcoin คือเหรียญดิจิตอลที่สามารถซื้อขาย ลงทุน ทำเงิน หรือนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของจริงๆได้ โดยที่ Bitcoin เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือเพราะมีการนำระบบ Block Chain มาใช้โดยระบบนี้จะมีคอมเป็นเครือข่ายหลาย ๆ เครื่องในการ Run ระบบ หมายความว่าถ้าหากมีใครต้องการแฮกข้อมูล หรือทำการโกงระบบนี้ ต้องทำทุกเครื่องที่อยู่บนโลกนี้ ซึ่งคงไม่มีใครสามารถทำได้แน่นอน Block Chain จึงเป็นระบบ Trust ทางด้านการเงินที่มีประสิทธิภาพที่สุดตอนนี้

ไม่เพียงแต่ Bitcoin เท่านั้น แต่บนโลกนี้ยังมีเหรียญดิจิตอลอีกเป็นพันๆเหรียญที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตามโมเดลของระบบ Block Chain อย่างเหรียญ Etherium ที่สามารถร่างสัญญาการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ได้ หมายความว่าการทำธุรกรรมทางการเงินต่อไป อาจจะใช้เหรียญเหล่านี้ทำแทนเลยก็ได้ นอกจากการทำธุรกรรมแล้วเหรียญดิจิตอลเหล่านี้ยังนำไปประยุกต์ได้ถึงการเลือกตั้งได้เลยทีเดียว ต่อไปแม้แต่การเลือกตั้ง ก็จะไม่สามารถโกงคะแนนเสียงได้อีกต่อไป

ต่อไปในอนาคตนอกจากจะไม่ต้องใช้เงินสดแล้ว ตัวกลางต่างๆที่เก็บค่าทำเนียมเราเป็นเงินสด ก็จะหายไปด้วย อย่างธนาคาร หรือ สำนักงานที่ดิน พนักงานที่คอยเก็บค่าทำเนียมต่างๆอย่าง พนักงานการไฟฟ้า พนักงานเก็บค่าประปา องค์กรหรือบุคคลเหล่านี้อาจจะหายไปเลยก็ได้เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษมาร่างสัญญาหรือทำหลักฐานการจ่ายเงินเพราะทำได้ในเหรียญดิจิตอลเลย ร่างสัญญาในโลกดิจิตอล และจ่ายมันในนั้นเลย  นอกจากจะไม่ต้องนำบิลหรือกระดาษไปจ่ายเงิน ยังไม่ต้องเสียค่าทำเนียม และยังไม่ต้องใช้เงินสดอีกด้วย และข้อมูลในบัตรหรือข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของคุณทั้งหมดจะไปอยู่ในโลกดิจิตอลหมด ทำให้กระเป๋าตังต่อให้ลืมไว้ที่บ้านก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตลำบากเลย

#ช็อปปิ้งออนไลน์คุ้มกว่าช็อปปิ้งในห้าง!

ยังมี STARTUP สาย Fintech อีกจำนวนมากที่เข้ามาจับเทรนด์ Cashless หรือ อย่างการเปิดบัญชีหุ้นของธนาคารในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องนำเงินไปฝากแล้วจึงเปิดบัญชีได้ แต่สามารถเปิดผ่านแอพลิเคชั่นหรือวนเว็ปไซต์ได้เลย ถือว่ารวดเร็ว และสะดวกมาก ๆ

และในตอนนี้ยังมีแอปพลิเคชั่นสาย Startup ที่เข้ามาจับเทรนด์ช็อปออนไลน์จำนวนมาก อย่างแอพลิเคชั่น ShopBack ที่เมื่อช็อปปิ้งออนไลน์แล้วจะได้รับเงินคืนด้วย สูงสุดถึง 35% ซึ่งจะไม่รวมส่วนลดอย่างอื่น หมายความว่านอกจากได้ส่วนลดแล้วยังได้เงินคืนอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแอพลิเคชั่นที่ใจปํ้าเอามาก ๆ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้น User ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าที่ช็อปออนไลน์ให้มีการซื้อของออนไลน์มากขึ้น  

การซื้อของออนไลน์แม้ไม่เห็นของจริงแต่ถ้าซื้อแล้ว คุ้มค่า ไม่หลอกลวง มันก็จะทำให้ลูกค้าติดใจและไม่อยากซื้อจากที่อื่น เป็นการส่งผลให้เกิดสังคมไร้เงินสดอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งปัจจุบันมีแม่ค้าออนไลน์ที่เข้าไปขายของออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะขายผ่าน Facebook Instagram หรือแพลทฟอร์มอื่น ๆ ทำให้เงินสดใช้น้อยลง และสิ่งที่ต้องหายไปถ้าไม่ปรับตัวก็คงเป็นห้างสรรพสินค้าอย่างแน่นอนและเมื่อการค้าขายผ่านทางออนไลน์มากขึ้น แน่นอนว่าการใช้จ่ายเงินสดในชีวิตประจำวันก็ย่อมน้อยลงเป็นเรื่องธรรมดา

แน่นอนครับว่าเมื่อเราไม่ต้องใช้เงินสด เราก็สะดวกมากขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย โดยในปัจจุบันเราเห็นสินค้าในโทรศัพท์ ก็สามารถกดสั่งซื้อและจ่ายเงินได้ในไม่เกิน 5 นาที เมือการซื้อสะดวกขึ้นแบบนี้จะทำให้เกิดการจับจ่ายหรือซื้อสินค้ามากขึ้น และทำให้ธุรกิจสามารถขายของ สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับสินค้าได้ง่ายขึ้นและนั่นจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นรัฐบาลยังสามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินได้อย่างถูกต้อง ทำให้จัดเก็บภาษีได้แม่นยำมากขึ้น

#แต่ถ้ามีข้อดีมันก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียนะครับ 

ถ้าหากการใช้จ่ายสะดวกขึ้น และ การลงทุนก็สะดวกขึ้นอีก แน่นอนครับเรื่องของอารมณ์จะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก เราอาจจะซื้อการลงทุนด้วยอารมณ์ชั่ววูบได้เป็นผลเสียตามมาคือ เราไม่ได้เข้าใจมัน หรือไม่ได้กรองความคิดให้ดีก่อน แต่เห็นแล้วคิดว่าดีก็ลงทุนเลย เช่นซื้อของออนไลน์ทำให้เราซื้อของด้วยอารมณ์มากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากขึ้น และในปัจจุบันไม่เว้นแม้แต่เรื่องลงทุน การลงทุนในหุ้น ไปอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของทุก ๆ คนแล้ว ไม่จำเป็นต้องมานั่งเคาะกระดานเหมือนแต่ก่อน เราไม่ได้เห็นจำนวนเงินเป็นเงินสดและ ข้อมูลข่าวสารที่ล่อลวงเราที่อยู่ในโลกโซเชี่ยล เมื่อทุกอย่างสะดวกขึ้น อันตรายก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เมื่อเราเห็นกราฟ หรือ ราคาของหุ้น ก็ตัดสินใจ ซื้อ ขาย ทันที

หรือการใช้จ่าย เราเห็นว่าสวย เห็นว่ามันกำลังลดราคาเราก็ซื้อเลย แต่พอซื้อมาแล้วกลับไม่ได้ใช้ ซึ่งจะส่งผลเสียเกิดเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นได้ เพราะเราไม่ได้เห็นตัวเงินที่เราจ่ายไป เราเห็นแค่ตัวเลขในจอโทรศัพท์ ทำให้ไม่ทันได้คิดว่ามันสมควรแล้วรึเปล่าที่จะจ่าย  เช่นซื้อของออนไลน์ทำให้เราซื้อของด้วยอารมณ์มากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถกดโอนเงินได้เพียงปลายนิ้ว

คุณจะเห็นว่าโลกในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากถ้าหากคุณไม่ได้อยู่ในวงการ หรือติดตามเรื่องพวกนี้อย่างจริงจังละก็เราอาจจะไม่รู้เลยก้ได้ว่าการลงทุนในปัจจุบันมันเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว และนั้นทำให้เกิดโอกาสขึ้นมากมาย  ถ้าหากคุณมองเห็นโอกาสพวกนี้คุณอาจจะต่อยอดเป็นธุรกิจขึ้นมาแล้วรํ่ารวยก็ได้ อยู่ที่ว่าคุณจะศึกษามันรึเปล่า

บางอย่างถ้าไม่ศึกษาก็อาจจะ “เสียโอกาส” จริงๆครับ อย่างถ้าคุณรู้ว่าการช็อปปิ้งออนไลน์ปัจจุบันคุ้มกว่าขับรถหรือเดินทางไปซื้อที่ห้าง ถ้างั้นทำไมเรายังต้องไปที่ห้างอีกละ และตอนนี้เรื่องการไม่เห็นสินค้าจริงๆก่อนซื้อ ก็มีผู้ประกอบการหลายรายที่แก้ปัญหาตรงนี้ได้แล้วเรียกได้ว่า อุดจุดโหว่ทุกทางของการค้าขายออนไลน์จริงๆ

ธุรกิจในยุคปัจจุบันก็จำเป็นต้องปรับตัวเพราะเราจะเห็นร้านค้าหลายๆร้านในประเทศที่เปิดใหม่มักจะมีบริการจ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดกันแล้วทั้งนั้น ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความทันสมัย ไม่จำเป็นต้องไปกดเงินที่ตู้ ATM แล้วค่อยมาซื้อของอีกต่อไป และต่อไปมันจะเป็นโลกที่สะดวกและรวดเร็ว จนคนส่วนใหญ่ตามไม่ทัน เทคโนโลยีในปัจจุบันก็เหมือนรถขบวนหนึ่งที่หากใครขึ้นไปด้วยก็จะไปถึงจุดหมายได้เร็ว ส่วนคนที่ไม่สามารถขึ้นได้ทันก็คงต้องเดินตาม “ราง” ของรถไฟขบวนนี้

Cashless society

อย่าลืมนะครับว่าถ้าหากโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเรามัวแต่ใช้บริการ มากกว่าการหาโอกาส คุณจะกลายเป็น “เหยื่อ” และ เมื่อโลกเคลื่อนไปข้างหน้าคุณจะกลายเป็นคนที่ “เดินถอยหลัง” อยู่คนเดียว


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com
Tags:

You Might also Like