Type to search

Advertorial Hang out & Travel Lifestyle

แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ฉบับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเวลา

Share

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่การเก็บเงินสักก้อนว่ายากแล้ว การหาเวลาออกไปใช้ชีวิตดูจะยากกว่า แต่หากมัวรีรอทำงานอย่างเดียว ไม่ยอมออกเดินทางด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ไม่มีเวลา’ ก็คงเสียดายโอกาสที่จะได้ศึกษาโลกกว้างไม่น้อยเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใด คุณควรออกไปพักผ่อน ผ่อนคลายจากงานที่เคร่งเครียดบ้าง เพื่อเติมไฟให้กับชีวิต เราจึงมาแนะนำ 5 สถานที่ ท่องเที่ยว 5 สไตล์ทั้งไทยและต่างประเทศ ฉบับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ค่อยมีเวลา ซึ่งเป็นสถานที่ที่น่าสนใจแต่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป ลองออกไปลุย! ไป LIVE ALIVE กัน!

1 │เมดาน อินโดนีเซีย

Toba Lake

เริ่มด้วยที่แรกที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับ เมดาน ประเทศอินโดนีเซีย อยู่บริเวณด้านเหนือของเกาะสุมาตรา ซึ่งถือเป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ใกล้ไทยมากกว่าที่คิด โดยบินตรงเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับทริปนี้ คือการเช่ารถขับเที่ยวผจญภัยไปแบบ Road Trip ราคาค่าเช่ารถก็ไม่แพงอยู่ที่ประมาณวันละ 1,000 บาท แถมยังขับพวงมาลัยขวา เลนซ้ายเหมือนบ้านเราด้วย แต่อย่าลืมเตรียมใบขับขี่สากลไปด้วยล่ะ

โดยคุณจะได้รับชมชมทิวทัศน์ที่งดงามของเมดานไปตลอดทาง มากไปกว่านั้นการเดินทางแบบ Road Trip ยังจะทำให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวท้องถิ่น ทั้งบ้านช่องร้านรวงต่างๆ อย่างเต็มอิ่มอีกด้วย

Sipisopiso

ต้องบอกว่าที่เมดานนั้นรวมความมหัศจรรย์ที่คาดไม่ถึงของธรรมชาติเอาไว้ครบจริงๆ ทั้งน้ำตก Sipisopiso ที่สูงที่สุดในอินโดนีเซีย ทะเลสาบ Toba ที่เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ยาวที่สุดในโลก ไปจนถึงภูเขาไฟ Sinabung ที่ยังปะทุอยู่เรื่อยๆ และภูเขาไฟ Sibayak ที่อยู่ข้างกันเปรียบเสมือนพี่น้อง ซึ่งหากใครสนใจเดินขึ้นปากปล่องภูเขาไฟ Sibayak แนะนำให้ติดต่อไกด์ไว้ล่วงหน้าเลย แล้วคุณจะได้พบกับความสวยงามอลังการของภูเขาไฟที่ไม่ได้มีในไทย เราอยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง ด้วยความที่อยู่ใกล้ไทยมาก จึงสามารถไปเพียง 3 – 5 วันได้ ยิ่งหากเลือกที่จะ Road Trip ด้วยแล้ว รับรองว่าเที่ยวครบและคุ้มมาก ที่สำคัญงบไม่เกินหมื่นแน่นอน

Sibayak

2 │บรูไน

Omar Ali Saifuddin

Jame Asr Hassanil Bolkiah

ต่อกันที่บรูไน ประเทศในอาเซียนที่คนไทยยังไม่ค่อยนิยมไปเที่ยวมากนัก ทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราแบบไป 3 – 5 วันได้ และมีที่น่าเที่ยวมากกว่าที่คิด ที่นั่นคุณสามารถเที่ยวชมความวิจิตรงดงามแห่งสถาปัตยกรรมของชาวมุสลิมได้ ทั้งที่มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในบรูไนอย่าง Omar Ali Saifuddin และ Jame Asr Hassanil Bolkiah มัสยิดทองคำที่อลังการและสวยงามไม่แพ้กัน หรือจะลองไปชมวิถีชีวิตของชาวบรูไนที่ชุมชนกลางน้ำ Kampong Ayer แล้วเลือกซื้อของกินราคาถูกที่ Gadong Night Market ก็น่าสนใจไม่เบา

Kampong Ayer

ทั้งนี้ใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ก็สามารถไปชมสมบัติล้ำค่าได้ที่พิพิธภัณฑ์ Royal Regalia นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีพระราชวัง สวนสนุกและแหล่ง ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติอีกมากมาย โดยการเดินทางจากบ้านเราใช้เวลาแค่ 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้นหากบินตรง หรือถ้าใครอยากจะ Save Cost ลงมาหน่อย ก็อาจจะเลือกบินแบบหนึ่งจุดพัก ใช้เวลา 6 – 15 ชั่วโมง เลือกเดินทางได้ตามกำลังจ่ายเลย สุดท้ายนี้แนะนำว่า หากคุณไม่ใช่ชาวมุสลิม ให้ศึกษาวัฒนธรรมของชาวมุสลิมเบื้องต้นก่อนไปเที่ยวด้วย เพราะชาวบรูไนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามมากถึง 67% เมื่อไปถึงจะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม และท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้นด้วย

3 │ไต้หวัน

Taipei 101

มาต่อกันที่ ประเทศไต้หวัน ที่เริ่มเป็นที่นิยมเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เพราะได้รับการยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย ซึ่งตอนแรกจะหมดเขตในปีน้ี แต่ทางไต้หวันใจดี ต่อขยายเวลาเพิ่มไปจนถึง 31 ก.ค. 62 เลย สามารถช่วยประหยัดงบไปได้อีกเกือบ 2 พันบาทเลย ซึ่งต้องบอกว่าไต้หวันเป็นประเทศที่ไม่ใหญ่แต่มีความน่าสนใจมาก ค่าเงินก็ใกล้เคียงไทย บินไปแค่ 3 – 4 ชั่วโมง โดยเป็นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทั้งในเมืองและแหล่งธรรมชาติ หากอยากเที่ยวในเมือง ลองไปเลือกช้อปทั้งของกินของใช้ที่ตึก Taipei 101 แลนด์มาร์คแห่งไทเปที่นอกจากจะมีห้างสรรพสินค้า ร้านรวงมากมายในนั้นแล้ว ยังสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ทั้งเมืองได้ด้วย หรือไปที่ย่าน Xi mending อีกหนึ่งแหล่งช้อป รวมแฟชั่นเปรียบได้กับชิบูย่าของประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญคือเปิด 24 ชั่วโมง เดินกันได้ทั้งคืน

Taroko National Park

ส่วนใครที่อยากไปพักผ่อนชิลล์ๆ ชมธรรมชาติ ก็ลองไปที่ Taroko National Park ในเมืองฮัวเหลียน ไกลจากตัวเมืองไปสักหน่อย แต่จะได้ชมป่าเขายิ่งใหญ่ ตื่นตาตื่นใจไปกับน้ำตกหน้าผาที่มีศาลเจ้าบนนั้นด้วย จะเลือกขับรถเที่ยวเองแบบ Road Trip ก็ได้ หรือจะซื้อ Private tour ก็สะดวกสบายดี แถมยังราคาไม่แพงด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกเที่ยวในเมืองหรือธรรมชาติ ก็ลองศึกษาหาข้อมูลระบบการเดินรถบ้านเขาให้ดี เพราะเขามีบริการสะดวก ครอบคลุมในหลายพื้นที่ รับรองไปแค่ 3 – 5 วัน ได้เที่ยวครบทุกรสแน่นอน

4 │ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี

ต่อด้วยที่เที่ยวในไทยกันบ้าง กับศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมง จนหลายคนคิดไม่ถึงและมองข้ามกันไป ที่นี่เหมาะสำหรับการไปแคมป์ปิ้ง กางเต็นท์ ทำอาหารทานและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ กับเพื่อนร่วมทริป ซึ่งสามารถซื้อของสดที่ตลาดนัดหน้าปากซอยริมถนนมิตรภาพ ก่อนที่จะเข้าไปยังน้ำตกเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้าได้เลย หรือถ้าลืมซื้อก็ยังสามารถขับรถออกมาได้เพราะไม่ไกลมากประมาณ 20 กิโลเมตร

ไปถึงกางเต็นท์จองพื้นที่ หามุมเหมาะๆ ที่ชื่นชอบ จัดอุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อย และไปเดินชมวิวรอบอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน รวมถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกเจ็ดคตเหนือ ก็จะได้พบกับป่าที่เขียวชอุ่ม และไฮท์ไลท์ของที่นี่คือเห็ดแชมเปญสีสันสดใส ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก และสำหรับใครที่ชื่นชอบสัตว์เป็นพิเศษก็เตรียมตัวใจละลายกันไว้เลย เพราะช่วงเย็นจะมีกระต่ายขนนุ่มกระโดดออกมาหากินกันด้วย

ด้วยความเงียบสงบ อากาศที่ปลอดโปร่งและวิวทิวทัศน์รายล้อมอันงดงาม อีกทั้งยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติและ ท่องเที่ยว เชิงนิเวศน์ แบบเดินดูนั่นนี่ได้สบายๆ ไม่เหนื่อยและหนักเกินไป ให้ได้ออกไปสำรวจกันด้วย เรียกได้ว่าหากมีเวลาน้อยแต่อยากไปเที่ยวพักผ่อน รับอากาศบริสุทธิ์ ที่โป่งก้อนเส้าก็เป็นทางเลือกที่ดี ไป 2 วัน 1 คืนก็เต็มอิ่ม สายเที่ยวลุยๆ กางเต็นท์ ไม่ควรพลาด หรือหากใครขี้เกียจ ไปพักทั้งทีก็อยากจะพักสบายๆ เขาก็มีที่พักราคาไม่แรงไว้บริการด้วยเช่นกัน

5 │อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์

ปิดท้ายด้วยอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งหากพูดถึงประจวบฯ แล้ว ส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงหัวหินกัน แต่หาดวนกรก็เป็นอีกหนึ่งที่ ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ แถมยังไม่ไกลมาก  2 วัน 1 คืนยังพอไหว ไปถึงก็กางเต็นท์หน้าหาด ตื่นเช้ามาจะได้ดูวิวราคาแพง พระอาทิตย์ขึ้นพร้อมเส้นขอบฟ้ารำไร หรือจะเช่าเตาทำอาหารทานริมทะเลแบบฟินๆ แล้วเล่นน้ำก็ได้ ส่วนการเดินทางนอกจากขับรถไปได้ง่ายๆ แล้ว ก็ยังสามารถขึ้นรถไฟไปได้ด้วย โดยสามารถขึ้นที่สถานีหัวลำโพง รถด่วนพิเศษเลขขบวน 43 กรุงเทพ – สุราษฎร์ธานี ที่มีให้เลือกตั้งแต่ชั้นที่ 3 ราคา 62 บาท ซึ่งเป็นชั้นที่ประหยัดที่สุด หรือชั้นที่ 2 ราคา 143 บาท ชั้นที่ 1 ราคา 290 บาท แตกต่างกันที่ความสบายของที่นั่ง หรือใครที่ไม่ชอบอากาศร้อนๆก็สามารถซื้อตั๋ว ชั้นที่ 2 นั่งปรับอากาศ ราคา 463 บาทก็สะดวกสบายมากขึ้น นั่งรถไฟไปลงที่สถานีห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วต่อรถรับจ้างเข้าไปที่หาดวนกรได้เลย

แม้การนั่งรถไฟจะเป็นการเดินทางที่ยาวนานสักหน่อย แต่นอกจากจะได้นั่งชิลล์ชมวิวไปตลอดทางแล้ว ยังมีของกินอร่อยๆ ราคาไม่แรงขึ้นมาขายอยู่เรื่อยๆ ด้วย โดยเฉพาะที่สถานีนครปฐมที่รถไฟจะจอดพักนานหน่อย ซึ่งจะมีอาหารเด็ดๆขึ้นมาขายเพียบ ทั้งก๋วยเตี๋ยวแห้งในตำนานและอีกหลายเมนูเด็ดรับรองอดใจไม่อยู่ ใครที่เลือกนั่งรถไฟไป ก็อาจจะขยับทริปเป็น 3 วัน 2 คืนแทน จะได้ไม่เหนื่อยมากนัก ซึ่งเราอยากให้คุณได้ทดลองการท่องเที่ยวด้วยรถไฟไทยดูสักครั้ง ออกเดินทางไปแบบสโลว์ไลฟ์ แล้วจะได้เห็นชีวิตผู้คนจากการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่ง เผลอๆ จะติดใจด้วยนะ

และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 สถานที่ท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ฉบับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเวลา ที่เราอยากให้คุณไปลอง เลิกหาข้ออ้าง ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา แล้วออกไปเปิดประสบการณ์ ไปใช้ชีวิตซะ เพราะเราสามารถเรียนรู้ชีวิต ได้จากการเดินทาง LIVE ALIVE!

ค้นหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้ที่ : LIVE ALIVE Hub


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com
Tags
eh

Be yourself no matter whatever they say.

  • 1