Type to search

ทำความรู้จัก 5 แบรนด์ “หูฟัง Wireless” ไอเท็มที่สาวกไอทีอย่างคุณต้องมีติดตัว

Share

ยิ่งนานวัน เทคโนโลยีก็ยิ่งก้าวไกล หูฟังจากที่เป็นหูฟังทั่ว ๆ ไป ที่มีสายยืดยาว ก็เปลี่ยนกลายเป็น “หูฟัง Wireless” หูฟังแบบไร้สาย ที่สะดวกต่อการใช้งาน และสะดวกต่อการพกพา แน่นอนว่าแบรนด์หูฟังใหญ่ๆ แนวหน้าของโลก ต่างก็ปรับตัวกันหมด และนำเสนอหูฟังไร้สายของตนเองออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดใหม่ออกมามากมาย

บางเจ้าก็ดีทั้งรูปลักษณ์ และคุณสมบัติ บางเจ้าก็เด่นที่รูปทรง บางเจ้าก็โฟกัสไปที่ไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้ใช้ ว่าเด่นด้านออกกำลังกาย หรือใช้สำหรับฟังเฉยๆ ดังนั้นวันนี้ MOVER จึงอยากขอนำ 5 แบรนด์หูฟัง Wireless ที่อยู่ในแนวหน้าของโลก มาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จัก เผื่อว่าใครกำลังสนใจหูฟัง Wireless อยู่ จะได้ไปหาซื้อมามีไว้ติดตัวสักหนึ่งแบรนด์

1 | Beats Electronics LLC

Beats Electronics LLC หรือ บีตส์ อิเล็กทรอนิกส์ คือแนวหน้าแห่งอุปกรณ์ด้านเสียง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก่อตั้งโดย อังเดร “ดร. เดร” ยัง ซึ่งร่วมกับค่ายเพลงอินเตอร์สโกปเกฟเฟน เอแอนด์เอ็ม ปัจจบัน Beats ถูกขายต่อให้กับ Apple ในมูลค่ากว่าสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

หูฟัง Wireless

หูฟังของ Beats โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สามารถตอบโจทย์เหล่าวัยรุ่น หรือกลุ่มวัยกลางคนได้เป็นอย่างดี Beats ถูกออกแบบมาให้มีดีไซต์ที่เข้ากับยุคสมัย และแฟชั่นในปัจจุบัน Beats มีเสียงเบสที่ค่อนข้างทุ้มกว่าหูฟังยี่ข้ออื่น ๆ ทำให้เวลาฟังเพลงแนวแดนซ์ หรือมีบีทหนัก ๆ จะได้รับอรรถรสอย่างครบรส อีกทั้ง Beats ยังเป็นแบรนด์แนวหน้าที่ซัพพอร์ทเหล่าศิลปิน และนักกีฬาชื่อดังหลาย ๆ คนอีกด้วย

Wireless

โดยหูฟัง Wireless ของค่าย Beats ถือเป็นหูฟังที่มีครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะแบบ Headphones หรือ Earphones โดยในรูปแบบ Headphones ผมขอแนะนำรุ่น “Beats Studio3 Wireless” ซึ่งเป็นทตัวท็อปของรุ่นในตอนนี้ มีระบบกันเสียงรบกวนจากภายนอก Pure ANC และระบบ Fast Fuel ซึ่งสามารถชาร์จหูฟังเพียง 10 นาที ก็สามารถใช้งานได้นานถึง 3 ชั่วโมง

หูฟัง Wireless

ส่วนแบบ Earphones ผมขอแนะนำ “Powerbeats3 Wireless” โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ที่อึดฟังได้นานถึง 12 ชั่วโมง มาพร้อมกับเทคโนโลยี Fast Fuel ชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง ทนต่อเหงื่อและละออวน้ำ ทำให้เหมาะสำหรับนำไปใส่ในขณะออกกำลังกาย

2 | Mobvoi

หากพูดถึงชื่อ Mobvoi ใครหลายๆ คนอาจจะงงๆ ว่าแบรนด์นี้คือแบรนด์อะไร แต่ถ้าพูดถึง TicPods หรือ Ticwatch ใครหลายๆ คนคงอ๋อกันเป็นแถว โดยแรกเริ่มเดิมที Mobvoi เป็นบริษัทพัฒนาระบบ AI ที่ผลิตระบบการค้นหาข้อมูลจากคำสั่งเสียงภาษาจีน ในแอป WeChat

แต่หลังจากหันมาพัฒนาสมาร์ทวอทช์ Ticwatch ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Ticwear OS และขายในประเทศจีนเมื่อปี 2015 ผลตอบรับก็ดีเกินคาดจนพา Mobvoi กระโดดขึ้นมาเป็นบริษัทแถวหน้าของโลกด้วยการจับมือร่วมกับ Google และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมามากมาย จนกระทั่งเปิดตัวหูฟังไร้สายของตนเองอย่าง TicPods Free หูฟังอัจฉริยะไร้สายแบบ True Wireless ที่สามารถกดเรียกผู้ช่วยอย่าง Google Assistant และ Siri ได้ในทันที

แน่นอนว่าหูฟังไร้สายที่อยากแนะนำของแบรนด์ Mobvoi ก็คือ “TicPods Free” หูฟังไร้สายแบบ True Wireless ที่ไม่มีสายใดๆ และมีเพียงหูฟัง 2 ข้างแยกจากกันอย่างอิสระ และอย่างที่บอก มันมาพร้อมความสามารถในการเรียกใช้ Google Assistant และ Siri ได้ในทันที มีระบบการควบคุมแบบสัมผัสตรงก้านหูฟัง ที่สามารถสั่งเพิ่มเสียง ลดเสียง วางสาย ข้ามเพลง วางสาย หรือเรียกใช้ voice assistant ได้อย่างสมบูรณ์ มีความสามารถ In-ear detection หูฟังจะทำงานเมื่อถูกใส่อยู่เท่านั้น มีไมค์ในตัว มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน แบตอึด 18 ชั่วโมง ชาร์จกับเคส และกันน้ำในระดับ IPX5

3 | Bose Corporation

Bose Corporation เป็นหนึ่งในแบรนด์แนวหน้าด้านเครื่องเสียง ที่โดดเด่นด้วยเครื่องเสียงหลาย ๆ อย่าง ก่อตั้งขึ้นโดย ดร. Amar Bose โดยแบรนด์อย่าง Bose สร้างชื่อจากระบบเสียงภายในบ้าน ลำโพง หูฟังที่มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน ระบบเสียงรถยนต์ รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเครื่องเสียง อย่างช่วงล่างของรถยนต์ รถบรรทุก และการหลอมเย็นเป็นต้น

ทั้งนี้หูฟัง Wireless ของ Bose จะไม่โดดเด่นด้านงานออกแบบได้เทียบเท่ากับ Beats แต่จะมาในสไตล์เรียบ ๆ แบบคลาสสิค เสียงจากหูฟังแบรนด์นี้จะออกมาเป็นแบบกลาง ๆ สมดุลย์ทุกย่านเสียง

สำหรับตัวหูฟังไร้สายที่อยากแนะนำสำหรับ Bose ก็คือรุ่นใหม่ล่าสุดที่ Bose เปิดตัวออกมาอย่าง “Sleepbuds” เป็นหูฟังไร้สายที่ถูกออกแบบให้มีขนาด และรูปร่างเหมาะกับหูของคนส่วนใหญ่ มาพร้อมกับ StayHear+ Sleep tips สำหรับใส่ในเวลานอนได้สบายๆ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี noise-masking ปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมบรรจุเสียงของธรรมชาติที่มีความแตกต่างกันถึง 10 แบบ สำหรับกลบเสียงที่ไม่พึงประสงค์ในขณะนอนหลับโดยไม่ต้องอาศัยการเปิดเพลงเลย

มีแอปพลิเคชัน Bose Sleep สำหรับใช้ปรับระดับเสียง ตั้งค่าเสียงธรรมชาติ กำหนดระยะเวลาในการฟัง และสามารถงตั้งเสียงปลุกที่เราจะสามารถได้ยินเพียงคนเดียวได้อีกด้วย Sleepbuds มีแบตอึด 16 ชั่วโมง สามารถชาร์จได้ผ่าน micro USB และ charging case

4 | JBL

JBL เป็นแบรนด์เครื่องเสียงที่อยู่กับเรามาอย่างยาวนาน ก่อตั้งขึ้นโดย James B. Lansing ที่ทำการแยกตัวออกมาจาก Altec Lansing sound โดยมีชื่อบริษัทตอนแรกคือ Lansing sound ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น James B. Lansing sound inc. หรือ JBL เพื่อเป็นเกียรติแก่ James B. Lansing หลังจาก William Thomas มาบริหารจัดการต่อ หลังจาก James B. Lansing ฆ่าตัวตายเพราะทำบริษัทประสบปัญหา

โดยหลังจากนั้นตัวบริษัทก็ได้ใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมที่ James Lansing ได้ทิ้งเอาไว้ จนสร้างสินค้า และวัฒกรรมต่าง ๆ ออกมามากมาย และประสบความสำเร็จในที่สุด หลังจากนั้น JBL ได้ถูกขายต่อให้กับ Sidney Harman แห่งบริษัท Jervis corp. หรือ Harman international ในปัจจุบัน และก้าวสู่แนวหน้าด้านเครื่องเสียงของโลก

สำหรับแบรนด์ JBL ผมมีหูฟัง Wireless ที่อยากแนะนำอยู่ทั้งหมด 2 รุ่น ซึ่งเป็น 2 รุ่นใหม่ที่พึ่งเปิดตัวภายในปี 2018 ปีนี้ ประกอบไปด้วย “JBL Everest Elite 750NC” ซึ่งโดดเด่นด้วยโหมด Noise Cancelling ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และฟังเพลงได้นาน 20 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น

ส่วนอีกรุ่นคือ “JBL FREE” หูฟังไร้สายแบบ Truly Wireless In-Ear Headphones ที่ไม่มีสายใด ๆ สามารถใช้งานได้อึดถึง 24 ชั่วโมง กันน้ำในระดับ IPX5 และมีระบบสั่งการด้วยเสียง

5 | Bang & Olufsen

Bang & Olufsen หรือ B&O จัดเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องเสียงระดับแนวหน้าของโลก ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับ Hi-End เป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสินค้าราคาสูงๆ อย่าง 5 แสน หรือ 3 แสนเป็นต้น แบรนด์นี้มีมาตั้งแต่ยุค 1925 ก่อตั้งโดย Peter Bang และ Svend Olufsen โดยตอนนั้นตัวบริษัทเน้นขายสินค้าประเภทเครื่องเสียง ทีวี และโทรศัพท์เป็นหลัก และในปี 2004 ตัวบริษัทก็เอาจริงด้านเครื่องเสียงเป็นหลัก ด้วยการเปิดโรงงานในสาธารณรัฐเช็ก หลังๆ ก็ปรับสินค้าให้ราคาเป็นมิตรกับคนทั่วไปมากขึ้น จนออกมาเป็น BeoPlay อย่างไรก็ตามเสียงที่ได้จากแบรนด์นี้ จะค่อนข้างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ฟังติดหู เข้าได้กับดนตรีหลายประเภท

สำหรับหูฟังไร้สายของ B&O ที่ผมอยากแนะนำก็คือรุ่น “Earset” เป็นหูฟังไร้สายสไตล์คลาสสิค ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากหูฟัง B&O ในรุ่นแรกๆ Earset ทำขึ้นมาจาก Anodized Aluminium พร้อมกับยางชนิดอ่อนนุ่ม แบตเตอรี่อึด และใช้งานได้นานถึง 5 ชั่วโมงด้วยกัน ส่วนอีกรุ่นคือ “Beoplay H9i” มาพร้อมกับเทคโนโลยีป้องกันเสียงรบกวน และเทคโนโลยีเด่น ๆ อื่น ๆ มากมายอาทิ Transparency Mode, Proximity Sensors และแบตอึด 18 ชั่วโมง

หูฟัง Wireless

จริงๆ ยังมีแบรนด์ “หูฟัง Wireless” อีกหลายแบรนด์เลยครับที่ผมอยากหยิบมาแนะนำ แต่คิดว่า ทั้ง 5 แบรนด์นี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเพื่อนๆ แล้ว อย่างไรก็ตามไม่ว่าหูฟังแต่ละรุ่นจะมาจากแบรนด์ใด สิ่งสำคัญนั้นอยู่กับสไตล์การใช้งานของเราเป็นหลัก ว่าง ๆ ลองเดินไปที่ร้านแต่ละแบรนด์และลองทดสอบดูครับ นั่นถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกหูฟังให้ตรงกับการใช้งาน


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com
Tags: