Wang Jia Sha จ้าวแห่งติ่มซำต้นตำรับเซี่ยงไฮ้ ในบรรยากาศ Modern Town

ในกระแสของร้านอาหารปัจจุบันที่มักจะมาในรูปแบบของอาหารฟิวชั่น จนอาหารบางประเภทเราไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติต้นตำรับจริงๆเสียที โดยเฉพาะอาหารจีน ซึ่งเป็นอาหารชาติที่คนไทยเรียกได้ได้ว่าน่าจะคุ้นเเคยที่สุด เพราะอาหารหลายๆประเภทที่เราทานกันอยู่ก็ได้รับวัฒนธรรมการกินมาจากชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในไทย และหากจะหาอาหารแบบที่เป็นต้นตำรับจริงๆ โดยที่ไม่ต้องบินไปกินกันไกล บอกได้เลยว่ามีไม่มีกี่ร้านเท่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่โซนใหม่ของห้างสยามพารากอน ได้นำเอาร้านติ่มซำรสชาติดั้งเดิมจากเซียงไฺฮ้อย่าง หวัง เจีย ซา มาเปิด ภายใต้การตกแต่งที่ทันสมัย แต่ยังคงได้กลิ่นอายของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้อยู่

Wang Jia Sha12

‘หวัง เจีย ซา’ เริ่มตำนานความอร่อยสาขาแรก ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และต่อมาในปี 2002 ได้เปิดบริการ ณ เกาะฮ่องกง ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมคุณภาพที่เป็นเลิศ ทำให้เพียง สามาคมอาหารจีน ได้ขนานนาม “เสี่ยวหลงเปาปู ตำรับเซี่ยงไฮ้” ของ หวัง เจีย ซา ว่าเป็น “ติ่มซำอันเลื่องชื่อของประเทศจีน และในปี 2004 หวัง เจีย ซา ได้รับเลือกให้เป็นร้านอาหารโอชะประจำเมือง ในหมวดของติ่มซำ ชื่อเสียงของ หวัง เจีย ซา จึงกลายเป็นที่ยอมรับมาถึงปัจจุบัน

Wang Jia Sha13

และ ณ สาขากรุงเทพ ที่ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือชั้นใต้ดินชั้นเดียวกับซุปเปอร์มาเก็ตนั่นเอง แต่ให้เดินทางโซนด้านหลังที่เชื่อมกับโรงแรมสยามเคมปินสกี้ ด้านหน้าร้านคุณจะเห็นรูปเสี่ยวหลงเปาสัญลักษณ์ของร้าน ภายในร้านนั้นตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ซิตี้ เช่นเดียวกับสาขาที่ฮ่องกง เข้ามานั่งทานแล้วให้ความรู้สึกเดียวกับบินไปทานที่ฮ่องกงแน่นอน ส่วนที่นั่งก็มีหลากหลายโซนแล้วแต่ว่ามาทานกับใคร ถ้าเน้นทานอาหารช่วงเที่ยงหรือเย็นแบบไวๆ ก็สามารถเลือกโซนด้านหน้า ที่เข้าออกได้ง่ายๆ ส่วนโซนด้านในนั้นเป็นโต๊ะกลมที่สามารถพาลูกค้ามาทานอาหาร คุยงาน ทางร้านเขาอำนวยความสะดวกเรื่องปลั๊ก และกาแบ่งพาร์ทิชั่นไว้ให้ด้วย หรือถ้ามาเป็นครอบครัวใหญ่ก็มีห้องรับรองแบบ V.I.P ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ

Wang Jia Sha14

มาถึงขั้นตอนการสั่งอาหาร ก็ตำรับแบบร้านอาหารจีนมากๆ คือจะมีเมนูมาให้ติ๊ก แบ่งโหมดติ่มซำ บะหมี่ ของหวาน เครื่องดื่มเอาไว้ให้เลือก ใต้ชื่อเมนูจะมีไอคอนเล็กๆ ไอคอนเสี่ยวหลงเปาแสดงว่าเป็นเมนูแนะนำ ไอคอนรูปพริกเป็นเมนูที่มีรสเผ็ด ส่วนไอคอนรูปผัก เป็นเมนูมังสวิรัติ  เลือกเมนูได้ตามใจชอบกันไป

Wang Jia Sha11

เอาล่ะได้เวลาอาหารมาเสิร์ฟกันแล้ว คงจะเริ่มต้นจากอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก เสี่ยวหลงเปา เมนูนี้จะบอกว่าหอมตั้งแต่พนักงานยกมา ยิ่งพอเปิดฝามากลิ่นหอมของซุปในตัวเสี่ยวหลงเปาปะทะกับจมูกเข้าเต็มๆ แนะนำเลยว่าต้องรีบทานตอนร้อน ๆ วิธีทานเสี่ยวหลงเปาก็คือให้ใช้ตะเกียบเจาะเพื่อทานน้ำซุปด้านในก่อนจากนั้นค่อยทานเข้าไปทั้งคำ จะได้รสัมผัสที่กลมกล่มของแป้งนุ่ม เนื้อหมู และน้ำซุป เห็นเข่งใหญ่ๆ แบบนี้ ลงปุ๊บหมดปั๊บ!

Wang Jia Sha10

เสี่ยวหลงเปา ถือกำเนิดขึ้น ณ มณฑลเจียงหนานประเทศจีน ทำจากแป้งห่อบางเบา ใส่ใส้หมูหรือปู พร้อมซ่อนน้ำซุปเข้มข้นอยู่ข้างใน ทานคู่กับน้ำส้มสายชูจีนใส่ขิงซอย

มีเสี่ยวหลงเปาแล้ว ต่อมาก็ต้องเป็นซาลาเปา ซึ่งทางร้านเขาแนะนำซาลาเปาทอดไส้หมู ตัวหมูสับด้านในนั้นผ่านการปรุงรสมาอย่างเข้มข้น รสชาติดีอยู่แล้ว เมื่อมาเจอกับแป้งรสหวานหน่อยๆจึงเข้ากันเป็นอย่างดี

Wang Jia Sha09

ซาลาเปาทอดไส้หมูสับ

ต่อด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอีก 2 เมนู จานแรกเป็นเต้าหู้ขาวราดน้ำซอส โรยด้วยหมูหยองด้านข้าง ชื่อเมนูก็คือ ‘เต้าหู้ไข่เยี่ยวม้า’ เมนูนี้เป็นของคาว แต่เต้าหู้เสิร์ฟเป็นเต้าหู้เย็น ได้ความหวานของน้ำซอสและไข่เยี่ยวม้า ส่วนรสเค็มได้จากหมูหยอง ทานพร้อมกันทั้ง 3 ส่วนได้รสชาติแปลกใหม่ทานได้เพลินๆ อีกเมนูเป็นเป็นอบซีอิ้ว สูตรเซี่ยงไฮ้ น้ำซอสรสหวานฉ่ำเข้าไปในเนื้อของเป็ด หนังเป็ดเองก็เหนียวนุ่ม ให้รสชาติหวานมันที่ไม่เลี้ยนจนเกินไป

Wang Jia Sha04

เต้าหู้ไข่เยี่ยวม้า

Wang Jia Sha03

เป็ดหมักซอสสูตรเซี่ยงไฮ้

เข้ามาสู่เมนูหลักกันบ้าง ได้แก่ ข้าวอบหมูหยก กับเต้าหูเสฉวน ทรงเครื่อง ทั้งสองเมนูรสชาติจัดจ้าน จนลืมไปเลยว่าเป็นอาหารจีน โดยเฉพาะเต้าหูเสฉวน เผ็ดพอๆกับอาหารไทย รสชาติต้องถูกปากคนที่ชอบทานรสเผ็ด ข้าวอบหมูหยกก็เช่นกัน ออกรสทั้งในส่วนของเนื้อหมูและข้าวจนวางตะเกียบไม่ลง

Wang Jia Sha02

เต้าหูเสฉวน

Wang Jia Sha05

ข้าวอบหมูหยก

อิ่มกับอาหารคาวไปแล้ว การเลือกเมนูอาหารหวานและเครื่องดื่มนี่ถือเป็นสีสันของร้านเลย เพราะคุณจะได้พบกับ บัวลอยไรซ์พุดดิ้งหอมหมื่นลี้ , แสงนีออน และปะการังใต้สมุทร สั่งมาช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังมื้ออาหารได้ดี

Wang Jia Sha08 drink

สำหรับใครที่อยากจะทานอาหารจีนแท้ๆ ระดับอาหารเหลาในราคาที่จับต้องได้ ที่สำคัญบรรยากาศดีมากๆ ก็แวะมาที่ Wang Jia Sha ชั้น G สยามพารากอนได้ หรือจะสำรองที่นั่งก็โทร 02 129 4661 รับรองว่าไม่ว่าจะมื้อเบาๆ ทานกันสองคน หรือมาจัดชุดใหญ่กันเป็นครอบครัวที่นี่ก็รองรับได้หมด แถมอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ต้องหาเวลาและมาทานให้ได้


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย