ทำความรู้จัก Traveloka ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินจากอินโดฯ พร้อมพาลุย 5 ภูเขาไฟชื่อดัง

ทำความรู้จัก Traveloka ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินจากอินโดฯ พร้อมพาลุย 5 ภูเขาไฟชื่อดัง

ไหนใครเป็นสายลุย ชอบนักแหละเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์นิดๆ ไปสัมผัสกับสิ่งแปลกใหม่ เที่ยวชมธรรมชาติ บอกเลยว่านี่แหละห้ามพลาด เพราะเราได้กูรูสุดพิเศษอย่าง Traveloka ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักชั้นนำจากอินโดนีเซียนี่แหละ มาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการให้ชาว MOVER ได้รู้จักกัน

ก่อนอื่นเลยคนไหนอยากไปเที่ยวลุยๆ ก็ต้องเริ่มต้นออกเดินทางด้วยการจัดการเรื่องเที่ยวกันก่อน อย่างการจองตั๋วเครื่องบิน เดี๋ยวนี้ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะแม้กระทั่งสายลุยคนไหนไม่มีบัตรเครดิต เราแนะนำเลยให้จองกับ Traveloka ด้วยเค้ามีช่องทางให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหรือจะไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารเลยก็ได้ แถมไม่ว่าจะสายการบินไหนๆ ก็จองได้ อย่างถ้าเราจะไปลุยภูเขาไฟ เที่ยวอินโดนีเซียกันในราคาประหยัดๆ หน่อยก็ต้องแอร์เอเชีย ซึ่งใครอยากจองตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียไปเที่ยวพร้อมกับเราก็วาร์ปไปเลยที่ Traveloka  แล้วเตรียมลงเครื่องได้ที่สุราบายากันเลย

สุราบายานั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่า และเมืองสำคัญ โดยใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศอินโดนีเซียเลยทีเดียว และเป็นเมืองเอกของเกาะชวาฝั่งตะวันออกอีกด้วย ฉะนั้น สำหรับการมาเที่ยวภูเขาไฟบนเกาะชวา การจองตั๋วเครื่องบินมาลงที่สุราบายา ก็จะสะดวกสุดๆ ในการเริ่มต้นการเดินทางนั่นเอง งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า Traveloka ได้แนะนำให้เราไปที่ไหนกันบ้าง

1.ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo)

เชื่อว่าคนไทยสายเที่ยวหลายๆ คน คงคุ้นหูกันดี เพราะ ภูเขาไฟโบรโม นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นอัญมณีของชวาตะวันออก อีกทั้งยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโมคือ หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังครุกรุ่นอยู่ในอินโดนีเซีย ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,392 เมตร สำหรับนักท่องเที่ยวสายลุยที่ต้องการเดินทางไปยังภูเขาไฟโบรโม่ ส่วนใหญ่ก็จะรีบเดินทางมาให้ถึงที่นี่ก่อนรุ่งเช้า เพื่อชมความงามตอนพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้องมาทำก็คือ การเดินบนขอบปากปล่องภูเขาไฟที่น่าอันตราย ส่วนเรื่องการเดินทาง จาก Juanda International Airport เมืองสุราบายา ให้ไปยังสถานีขนส่ง Bungur Asih เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองโปรโบลิงโก้ และต่อรถไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวัง ที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟนั่นเอง

2.คาวาอีเจี้ยน (Kawah Ijen)

สำหรับผู้ที่เดินทางมายังภูเขาไฟโบรโมแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะไปต่อกันที่ ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเหมารถจากโบรโมนี่แหละมายังที่นี่ โดยใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วก็ไปต่อที่บาหลี เพื่อขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยนั่นเอง ซึ่งภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยนนั้น นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอินโดฯ และก็ยังคงเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ แต่ที่นี่เค้าก็มีไฮไลท์ที่เรียกว่า “บลูเฟลม” หรือเปลวไฟสีน้ำเงิน ที่เกิดจากการเผาไหม้ของกำมะถัน มองเห็นได้แค่ช่วงมืดค่ำเท่านั้น เหตุนี้แหละที่นักท่องเที่ยวมักจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงกลางคืน ไม่ก็ตอนที่ฟ้ายังไม่สาง

3.ภูเขาไฟซีเมรุ (Mount Semeru)

ย้อนกลับมาใหม่ที่อุทยานแห่งชาติ Bromo Tengger Semeru กับภูเขาไฟซีเมรุ คนไทยอาจไม่คุ้น แต่ถ้าพูดว่านี่คือ “เขาพระสุเมรุ” ภูเขาศักดิ์สิทธ์ตามตำนานของชาวฮินดู หลายๆ คนก็คงอยากจะแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันบ้างล่ะ ภูเขาไฟซีเมรุถือเป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะชวา โดยสูงถึง 3,676 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังคงครุกรุ่นอยู่ ทั้งนี้ ภูเขาไฟลูกนี้ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวหลายๆ คนได้ขึ้นไปสำรวจความงามของธรรมชาติกันแล้ว

4.ภูเขาไฟเมราปี (Mount Merapi)

สำหรับสายลุยที่ชอบความท้าทาย อาจจะต้องแวะมาที่นี่ดูสักครั้งในชีวิต ภูเขาไฟเมราปี เป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในชวากลาง ใกล้กับเมืองย็อคยาการ์ตา (Yogyakarta) โดยเมืองนี้มีเทวสถานศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นก็คือ “บุโรพุทโธ” แต่ในส่วนของภูเขาไฟเมราปีนั้นก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยที่นี่มีความสูง 2,914 เมตร และก็ยังปะทุอยู่ โดยมีการเกิดปะทุครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2014

5.ภูเขาไฟราอุง (Raung)

สำหรับฝั่งชวาตะวันออกนี้ คงไม่มีภูเขาไฟลูกไหนน่ากลัวได้เท่า ภูเขาไฟราอุง ที่ยังคงปะทุอยู่เรื่อยๆ โดยภูเขาไฟลูกนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับคาวาอีเจี้ยน มีความสูง 3,332 เมตร และมีเสียงคำรามตลอดเวลา นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อภูเขาไฟ ทั้งนี้ การมาเที่ยวที่นี่ก็อาจจะลำบากซะหน่อย ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความแอดเวนเจอร์อย่างมาก เนื่องจากจะต้องนอน Base Camp และ โฮมสเตย์ พร้อมใช้แรงใจในการเดินเขาขึ้นไปเป็นวัน

มาจนครบภูเขาไฟ 5 ลูกแล้ว คนไหนสายลุยก็อย่าลืมเช็คลิสต์ แล้วไปเที่ยวไปลุยให้ได้สุกครั้งในชีวิต แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไปเยือนถิ่นอิเหนาทั้งที ต้องบินไปไกลถึงอินโดนีเซียแบบนี้ ก็อย่าลืมใช้บริการจองตั๋วเครื่องบินกับกูรูตัวจริงอย่าง Traveloka ด้วยล่ะ รับรองได้ตั๋วถูกกว่า อย่างแน่นอน

จองตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาถูกกับ Traveloka

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Website : Traveloka
Facebook : Traveloka


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย