แนะนำ 7 น้ำหอมผู้ชาย เพิ่มเลเวลความคลาสสิคให้กับทุกไลฟ์สไตล์แมนๆ

ถึงจะหน้าหล่อ คารมดีมากจากไหนก็ตาม แต่ถ้ามาตกม้าตายเรื่อง “กลิ่น” ที่ไม่พึงประสงค์แล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่หลายคนพลาดเอามาก ๆ เพราะเรื่อง “กลิ่น” นี่แหละที่อาจจะเปลี่ยนความคิดของสาว ๆที่คุณชอบจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลย!

ถ้าหากคุณเห็นความสำคัญของเรื่องที่เราจะพูดถึงแล้ว MOVER ก็ขอแนะนำ 10 น้ำหอมผู้ชาย รุ่นท็อปจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่รับประกันความพึงพอใจจากคุณผู้หญิงหลายคนแล้วว่า กลิ่นแบบนี้แหละใช่เลย! ลงทุนกันสักหน่อยแต่เห็นผลลัพธ์ทันตาแน่นอน

#1  Calvin Klein – CK One EDT

Cavin Klein

ถามใครก็ต้องยกให้ไอเท็มคลาสสิคอย่าง Calvin Klein – CK One EDT เป็นสุดยอดน้ำหอมที่หลาย ๆ คนถูกใจ เพราะมีกลิ่นที่หอมสะอาด ให้ความรู้สึกเย็น ๆ ดูสดชื่นตลอดเวลา ไม่ฉุนเกินไป ออกแนวสปอร์ตนิด ๆ กลิ่นติดทนในระดับปานกลางถ้าไม่ได้ออกกลางแจ้งนาน ๆ ก็ถือว่าเอาอยู่ทั้งวัน สามารถฉีดได้ทุกโอกาสไม่ว่าจะวันธรรมดาหรืองานกลางคืนสำคัญ ๆ ราคา 2,xxx ขนาด 100 ml. ถือว่าคุ้มค่าพอสมควร

 #2   Giorgio Armani – Acqua di Gio 

Giorgio Armani

อีกหนึ่งตัวท็อปที่ผู้ชายหลาย ๆ คนยกนิ้วให้ก็คือ Giorgio Armani – Acqua di Gio ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นด้วยส่วนผสมของมะลิและกลิ่นส้มแบบอ่อน ๆ ติดทนนานพอสมควรและกลิ่นไม่เพี้ยนมากนักเมื่อเจอกับเหงื่อ ที่สำคัญคือเหมาะกับอากาศร้อน ๆ ของประเทศไทยอย่างมาก ราคาอยู่ที่ 3,xxx ขนาด 100 ml. ก็ถือว่ายังรับได้เช่นกัน

#3  Bvlgari – Pour Homme EDT

BVLGARI

อีกหนึ่งรุ่นที่สาว ๆ หลายคนเทใจให้ก็คงจะเป็น Bvlgari – Pour Homme EDT ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดูสะอาด ๆ ไม่ใด้เป็นกลิ่นผลไม้ที่ออกหวานแต่เป็นแนวใบชาธรมชาติ ๆ ที่ซอฟกว่า กลิ่นอาจจะจางไวกว่าตัวอื่นไปสักหน่อย แต่ก็แลกมาด้วยความเฟรชและสบายจมูกไม่ทำร้ายคนรอบข้างรวมถึงตัวเองด้วย สนนราคาอยู่ที่ 2,xxx ต่อขนาด 100 ml.

#4 Chanel – Allure Homme Sport

Chanel

น้ำหอมสไตล์สปอร์ตที่หลายคนมีติดตัวไว้ก็คงจะเป็น Chanel – Allure Homme Sport ที่ฉีดแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น ติดทนนานระดับหนึ่ง ถ้าต้องอยู่ข้างนอกเป็นเวลานานก็อาจจะต้องพกออกไปด้วย แต่ข้อดีคือฉีดนิดเดียวก็ได้กลิ่นแล้ว ออกแนวผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้ม หรือมะนาว แต่ไม่แรงมากจนฉุน ฉีดไปเล่นกีฬาได้สบาย ๆ ไม่ตีกับกลิ่นเหงื่อ แต่กลับยิ่งเพิ่มความหอมมากยิ่งขึ้น (ขึ้นอยู่กับเหงื่อแต่ะละคนด้วย) ราคาอยู่ที่ 2,xxx ในขนาด 100 ml.

#5  Versace – Blue Jeans

Versace

อีกหนึ่งแบรนด์ น้ำหอมผู้ชาย ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็น Versace – Blue Jeans ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นแบบวัยรุ่นแมน ๆ ด้วยส่วนผสมของเครื่องเทศ หอมนานและไม่ฉุน กระจายตัวดี มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก มีเสน่ห์แบบคลาสสิค ยิ่งในวันที่ใส่กางเกงยีนส์ลุย ๆ เจ้าตัวนี้แหละที่เหมาะที่สุด ราคาอยู่ที่ 1,xxx ขนาด 75 ml. ถือว่าน่าสนใจทีเดียว

 #6  Prada – Infusion D’homme

Prada

อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่น่าสนใจก็คือ Prada – Infusion D’homme ที่มีกลิ่นออกแนวสบู่หรือครีมอาบน้ำสะอาด ๆ นุ่ม ๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นตลอดเวลาเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ไม่ฉุนเกินไปติดทนทานระดับหนึ่ง เรื่องการกระจายของกลิ่นอาจจะไม่ดีเท่ากับตัวท็อปของแบรนด์อื่น ๆ แต่ได้ลุคที่ดูเป็นคุณชายขึ้นอีกระดับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่ควรมีไว้เช่นกัน ราคาอยู่ที่  2,xxx ในขนาด 100 ml.

 #7  Davidoff – Cool Water EDT

Davidoff

แน่นอนว่าแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหอมอย่าง Davidoff ก็ต้องเข้ามาอยู่ในลิสต์นี้เช่นกัน เพราะ Davidoff – Cool Water EDT ตัวนี้ให้ความสดชื่นเหมือนอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันกว้างใหญ่ เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ ใช้เพียงนิดเดียวก็อยู่ติดทนตลอดทั้งวัน เป็นกลิ่นที่สะอาด ๆ และมีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ๆ ราคาอยุ่ที่ 3,xxx ในขนาด 125 ml.

 #MOVERGUIDE 

การเลือกน้ำหอมนั้นถ้าจะให้ดีเราขอแนะนำให้คุณไปลองด้วยตนเองก่อนจะตัดสินใจซื้อ เพราะน้ำหอมทุกตัวเมื่อทำปฏิกิริยากับกลิ่นเหงื่อแล้วก็จะได้ผลลัพธ์ออกแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล กลิ่นที่เราฉีดเมื่อวินาทีแรกกับกลิ่นที่ผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมงก็จะแตกต่างกันด้วยเช่นกัน

ดังนั้นลองไปเทสต์ที่เคาท์เตอร์แบรนด์ต่าง ๆ ก่อนแล้วไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ จากนั้นจึงค่อยพิจารณาจากกลิ่นที่ทำปฏิกิริยากับร่างกายแล้ว จึงค่อยตัดสินใจซื้อ เพราะหากพลาดไปก็อาจจะเสียดายไปอีกนาน เนื่องจากราคาแต่ละขวดก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่รับรองว่าถ้าเจอกลิ่นที่ถูกใจแล้ว ก็ใช้กันไปยาว ๆ ได้เลย คุ้มค่าแน่นอน

*ราคานี้เป็นราคาอ้างอิงจาก Duty Free


บทความนี้เรียบเรียงโดยทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย