MG GS 1.5 รถสปอร์ตเอสยูวี ดีไซน์เท่ กับไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่ไม่ตามแบบใคร

สัปดาห์ที่ผ่านมาทีมงาน Mover เราได้มีโอกาสไป Test Drive กับ MG Thailand เนื่องจากทาง MG เขาได้ปล่อยรถสปอร์ตเอสยูวี รุ่นใหม่ นั่นก็คือ MG GS 1.5 อย่างที่ทราบกันว่า MG เป็นแบรนด์รถจากอังกฤษ เพียงแค่มองภายนอกการดีไซน์ต่างๆก็ถือว่ามีเอกลักษณ์ ดูเท่ ภูมิฐาน สมกับเป็น City Car สไตล์ผู้ดีอังกฤษ ส่วนฟังก์ชั่นและการใช้งานนั้นจะมีอะไรที่น่าสนใจ หรือมีนวัตกรรมใหม่ๆอะไรมาอัพเดทกันบ้าง ออกตัวไปพร้อมๆกับเราได้เลย

 

 Introducing  สำรวจทุกซอกมุมของ MG GS

NEW MG GS ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) เช่นเดียวกับรถเอ็มจีทุกรุ่นที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ โดยมุ่งสร้างความแตกต่าง  เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่น พละกำลังสูงสุด 167 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,700 – 4,400 รอบต่อนาที  ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 7 สปีด ประหยัดยิ่งขึ้นด้วยการรองรับเชื้อเพลิง E85 ซึ่งการ Test Drive ในครั้งนี้ เราก็ได้ลองทดสอบคุณสมบัติเด่นๆ อาธิ อัตราการเร่ง , ระบบเบรค และระบบควบคุมการทรงตัว

จากการที่ได้ลองทดสอบระบบต่างๆที่ช่วยในเรื่องของการขับขี่และความปลอดภัยถือว่าทำงานได้อย่างดี โดยเฉพาะการหักหลบสิ่งกีดขวาง ตัวรถมีการทรงตัวที่ดี และสามารถกลับเข้าเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว ส่วนระบบเบรคเป็นระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม Ceramic Compound Brake Pads ทำให้รถหยุดนิ่งได้แม้ในระยะสั้นๆ

 Design & Dimension  การออกแบบฉบับยุโรป

ด้วยการออกแบบจากศูนย์ UK TECHNICAL CENTRE ประเทศอังกฤษ ภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC ดึงดูดทุกสายตา ด้วยความสง่างามแห่ง SPORT SUV ที่แท้จริง ด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ DIAMOND CUT BICOLOUR พรอ้มไฟหน้า PROJECTOR HID ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมไฟใน UK PAVILION WORLD EXPO แค่ Story ก็กินขาดแล้ว ซึ่ง MG GS สามารถลบภาพเดิมๆของรถเอสยูวีออกไปแบบสิ้นเชิง ไม่จำเป็นว่าคนมีครอบครัวเท่านั้นถึงจะเลือกซื้อรถเอสยูวี หนุ่มสาวที่มีรถเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนเครื่องประดับ ความเป็นสปอร์ตเอสยูวีก็ตอบโจทย์คุณได้เช่นกัน

ภายในห้องโดยสารตอนที่เราเปิดประตูเข้าไป First Impression มันดูทันสมัย และเท่มากๆ เหมือนรถของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ในภาพยนตร์ที่เราเคยดูกัน และวันนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจอ Touch Screen , ปุ่มควมคุมต่างๆ, เบาะหนังสีดำ PIANO BLACK ,Sunroof ไว้เปิดโชว์สาวๆได้ , ระบบเสียงก็คมชัด หรือจะเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างที่วางแก้วก็มีไว้ให้ทั้งเบาะหน้า-หลัง ช่องชาร์ตแบต USB เบาะพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระจะใส่กระเป๋าเดินทาง เครื่องดนตรี จักรยาน ได้หมด

 Application Connect  เชื่อมต่อการใช้งานผ่านมือถือ

อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างสำหรับการใช้แอพพลิเคชั่นในการซิงค์ข้อมูลต่างกับรถยนตร์ของเรา แต่ก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านเลยไป MG GS ไม่ได้มาให้เดาง่ายอย่างนั้น MG นำเสนอ inkaNet ที่ไม่ได้เป็นแค่แอพพลิเคชัน แต่เป็นระบบที่ใช้สื่อสารระหว่างรถยนต์ ในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถ การจราจร เส้นทาง ระบบนำทางที่สามารถกำหนดเพิ่มเติมสถานที่ที่สนใจของผู้ขับขี่ได้ด้วยตัวเอง  โดยผู้ใช้สามารถใช้งานและสั่งการได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนและหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และวางใจได้ในการขับขี่ เสมือนว่าเราคุยกับรถได้จริงๆ

จากวิดีโอจะเห็นว่า เราสามารถรู้ความเคลื่อนไหวของรถได้แบบ Real Time 

Fast Facts  การใช้งานของ inkaNet

  1. ระบบนำทางรถยนต์ ให้ข้อมูลระบบนำทางผ่าน  Google Maps นอกจากนี้ยังสามารถติดตามตำแหน่งรถยนต์ผ่าน Call Centre ได้แบบ Real time
  2. แจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ
    – แจ้งพฤติกรรมการขับขี่ พร้อมแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ โดยเปรียบเทียบเป็นค่าเฉลี่ย ทั้งแบบราย สัปดาห์และรายเดือน
    – เปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถเอ็มจีของคุณกับรถเอ็มจีของคนอื่น เพื่อช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถและประหยัดน้ำมันมากขึ้น
  3. ระบบเลขาฯ ส่วนตัว ติดต่อ MG Call Centre เพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อสอบถามข้อมูลและขอรับคำแนะนำการช่วยเหลือ
  4. ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกำหนดขอบเขตรัศมีการขับรถยนต์ สามารถกำหนดไว้ตั้งแต่ 500 เมตร ไปถึง 10 กิโลเมตร จากศูนย์กลาง
  5. วางแผนการเดินทาง สามารถส่งแผนการเดินทางจากคอมพิวเตอร์ไปยังหน้าจอวิทยุรถยนต์
  6. การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ เตือนความผิดปกติของรถยนต์ต่างๆ ทาง Push Notification
    – เช็คสถานะการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบถุงลมเบื้องต้นได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น
    – ติดต่อ MG Call Centre เพื่อให้ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของรถยนต์ และขอรับคำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันที
  7. การตรวจสอบสถานะรถยนต์ โดยแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบสถานะปัจจุบันของรถยนต์ว่าปิดอยู่หรือไม่ แจ้งระดับแบตเตอรี่ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและอุณหภูมิอากาศภายนอก
  8. การควบคุมการทำงานของรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ด้วยการสั่งล็อค/ปลดล็อครถระยะไกลผ่านแอพ สั่งให้รถเปิดไฟหน้า ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหารถในที่มืดได้ง่ายขึ้น
  9. การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ โดยระบบจะแจ้งเตือนความผิดปกติผ่านทาง Push notification บนแอพพลิเคชั่น เคลื่อนที่ผิดปกติ หรือรถมีการสตาร์ทเครื่องยนต์
  10. การโทรออกและรับสายผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยสามารถรับสายและโทรออก จากหน้าจอวิทยุรถยนต์ไปยังโทรศัพท์เครื่องอื่นได้ แม้มีไม่โทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ หรือลืมพกโทรศัพท์มือถือ
  11. การรับและส่งข้อความผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์  แม้ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ
  12. แชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสัญญาณ WI-FI จากหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยวิทยุรถยนต์จะทำหน้าที่เสมือน WI-FI Router ให้เชื่อมต่อกับโลกได้ทุกที่ทุกเวลา

โดยผู้ใช้สามารถใช้งานระบบอินคาเน็ต  inkaNet ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ แอพพลิเคชั่น inkaNet บนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ,เว็บไซต์ www.mgcars.com ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ และ MG Call Centre 1-800-999-988, 1-401-999-988 กด 3

 Road Trip  กรุงเทพ-เพชรบุรี 340 กม.

เส้นทางยอดฮิตสำหรับการไปพักผ่อนได้ทุกเมื่อ ซึ่งประกอบด้วยถนนในเมืองที่มีการจราจรคับคั่งซึ่งจะได้ทดสอบความคล่องตัวและเมื่อออกนอกเมืองก็สามารถเร่งทำความเร็วได้ สะท้อนคอนเซ็ปต์ Follow No Others ในฉบับของ MG และนอกจากจะได้ไปทดสอบสมรถภาพรถยนตร์ MG GS แล้ว เรื่องราวระหว่างทางก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะก่อนกลับทีมงาน MG และสื่อมวลชนที่ไปร่วมทริปก็ยังได้ไปทำกิจกรรมแบ่งปันของใช้ให้แก่นักเรียน ณ โรงเรียนหาดเจ้าสำราญอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.mgcars.com และ www.facebook.com/MGcarsThailand


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย