รู้จัก “มิว-ณัฐรดา สินเจริญ” สาวสวยเจ้าของ HOSTEL by BED โฮสเทลดาวรุ่งใจกลางเมืองเชียงใหม่

อากาศเย็นๆ ในช่วงสิ้นปีแบบนี้ เชื่อว่าเชียงใหม่คงเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของเหล่าคนเมือง แต่ไอการจะหนีความเหนื่อยล้าไปเที่ยวแบบปลดปล่อยเนี่ย การ backpack ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุดๆ และสิ่งที่มาคู่กับการ backpack แบบแยกกันไม่ได้ไม่งั้นจะฟินไม่สุดก็คือการนอนโฮสเทลนั่นเอง HOSTEL by BED

ซึ่งวันนี้ Mover จะขอพาทุกคนไปรู้จักกับ “มิว-ณัฐรดา สินเจริญ” สาวสวยเก่งวัย 24 ดีกรีเจ้าของ HOSTEL by BED โฮสเทลดาวรุ่งใจกลางเมืองเชียงใหม่ กับคอนเซ็ปต์ของการเป็น lifestyle hostel ที่ไม่เหมือนใคร ตอบข้อสงสัยว่าทำไมใครๆ ก็อยากกลับไปพักอีกรอบ!!

 แนะนำตัวหน่อย 

ชื่อ “มิว-ณัฐรดา สินเจริญ” นะคะ จบสถาปัตย์จุฬาค่ะ เป็นคนกรุงเทพ แต่ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว ตอนนี้ทำโฮสเทลอยู่ ชื่อ HOSTEL by BED ค่ะ

 1. จากสถาปัตย์จุฬามาสู่วงการโฮสเทล 

เริ่มมาจากหลังเรียนจบได้ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ตัวเรามีความใฝ่ฝันว่าจะต้องอยู่นิวยอร์คให้ได้ ก็ไปทำงานต่างประเทศอยู่แป๊บนึงค่ะ เป็นสถาปนิกตรงสายที่เรียนมาเลย แต่มันก็ไม่พอค่อยค่าใช้จ่าย เราก็เลยไปทำงานพวกเด็กเสิร์ฟบาร์เทนเดอร์ แล้วกลายเป็นรู้ตัวว่าชอบงานบริการค่ะ คือเราเป็นคนเจ๊าะแจ๊ะ ชอบคุยกับคน จากตอนแรกที่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่มีทางจะทำงานสายบริการได้ แต่พอมาทำจริงๆ คือชอบเลย แล้วรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี คือมันมีความสุขเล็กๆ ในการไปทำงาน ก็เลยตั้งโจทย์ว่าอยากทำงานที่ได้ดีไซน์เองแล้วก็เป็นงานบริการด้วย เลยมาจบที่โรงแรม คือเราเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วด้วย ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดโรงแรมก็ลองทำงานโรงแรมดูว่าชอบรึเปล่า เพราะเรากำลังจะผูกมัดตัวเองกับอะไรที่มันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ทำแล้วก็เรารู้สึกโอเคมากกับการที่ได้เจอคนใหม่ๆ จากหลายๆ ชาติทุกวัน คือเราอยู่กับที่แต่เหมือนได้เที่ยวตลอดเวลาเลย

 2. ความหมายของโฮสเทลที่มีมากกว่าที่พักระยะสั้น 

สำหรับเรานะ ใครที่คิดว่าโฮสเทลเป็นสำหรับวัยรุ่น คือไม่ใช่เลย มันเป็นที่สำหรับ young soul ไม่ใช่ young age มันอยู่ที่ใจไม่ใช่อายุ ผู้ใหญ่เอเชียหลายๆ คนอาจจะไม่ชอบโฮสเทลเพราะราคาถูกและไม่ชอบแชร์อะไรกับใคร แต่จริงๆ แล้วโฮสเทลเป็นอีกไลฟ์สไตล์หนึ่งของโรงแรมนะ คอนเซ็ปต์ HOSTEL by BED เราเลยคือ “Better than a hostel, cheaper than a hotel.” หมายความว่าโฮสเทลเราไม่ใช่โฮสเทลราคาถูก และเราขายไลฟ์สไตล์จริงๆ แบบที่ว่ามาแล้วไม่เหงาแน่นอน ถ้าไม่มีใครคุยกับคุณ สตาฟจะนั่งคุยกับคุณ 555

 3. ที่มาของ HOSTEL by BED โฮสเทลดาวรุ่งพุ่งแรงของนครเชียงใหม่ 

คือพ่อกับแม่เราเรียนจบจากเชียงใหม่ เพื่อนที่เชียงใหม่เค้าเลยเยอะ แล้วพอเราบอกว่าอยากจะทำงานโรงแรมตอนที่หางานอยู่ วิธีการหางานที่ง่ายที่สุดก็คือถามเพื่อนพ่อเพื่อนแม่เนี่ยแหละว่าอยากไปทำด้วย ก็มีโรงแรมนึงที่กำลังจะเปิดใหม่ชื่อ BED ซึ่งด้วยความที่เราจบสถาปัตย์ก็เริ่มจากการไปดูไซต์ให้เค้าก่อน ดูไปดูมาก็ได้เป็นฟรอนต์ด้วย ซึ่งจากการได้ทำงานที่นี่ เราชอบคอนเซ็ปต์เค้ามาก ทีมบริหารกับมาร์เก็ตติ้งเค้าเจ๋งมาก แล้วคือตัวเราก็อยากเปิดโฮสเทลอยู่แล้ว ก็มี BED เนี่ยแหละที่มาช่วยในส่วนของเเนวทาง ประยุกต์ไอเดียบริหาร และคอนเซ็ปต์โรงแรม มันก็เลยเป็นที่มาของ HOSTEL by BED ค่ะ คือเรามองว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีมากที่จะเอามาทำโฮสเทล และสิ่งเดียวที่เรารู้ในเรื่องการโรงแรมก็คือมาจาก BED เราอยากขอบคุณ แม่ พ่อ เเละ BED มากๆ กับความสำเร็จที่เรามีวันนี้

 4. เริ่มทำโฮสเทลในที่ๆ ธุรกิจนี้มันบูมอยู่แล้วอย่างเชียงใหม่ 

กังวลมาก กังวลว่าจะมีใครมาพักรึปล่าว แต่ถ้าถามว่ามั่นใจมั้ย มั่นใจค่ะว่าจะทำได้ เพราะว่าตั้งแต่ที่เราเที่ยวมาเราก็เห็นมาหลายประเทศ มีปิดเทอมนึงที่เราเก็บตังค์ไปแบคแพคสเปน 5 อาทิตย์ ก็ไปอยู่โฮสเทลมา เรารู้สึกว่าที่เมืองไทยหรือที่เชียงใหม่เนี่ยมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่มันยังไม่มีโฮสเทลที่เรารู้สึกว่าตอบโจทย์เลย แบบถ้าเราเป็นนักท่องเที่ยวก็จะมาอะ เลยคิดว่าโฮสเทลมันเยอะก็จริง แต่เราจะทำอะไรที่มันแตกต่างดู ก็กลัวนะว่าแตกต่างแล้วจะไม่มีใครมาพัก แต่ก็ขอลองดูซักตั้ง ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาโอเคมากๆ ถือว่าไปได้สวยเลย

 5. ก้าวแรก ยากไหม? 

การที่เราไม่ได้มีพื้นฐานด้านการโรงแรมมาแล้วต้องทำโรงแรมมันยากนะ อย่างเรื่องการบริหารคน ที่ทำได้อยู่เพราะพื้นฐานเป็นคนเจ๊าะแจ๊ะ แต่ถามว่ายากมั้ย ยากมาก อีกจุดที่หินสำหรับเราคือเรื่องไฟแนนซ์ อย่างเรื่องการคุมคอสท์ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ก็เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ แก้บัญชีทุกเดือนค่ะ 555

สิ่งที่ต้องปรับตัวก็มีเยอะเลยค่ะ อย่างแรกที่ต้องเจอเลยก็คือการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่นี่ คือเรามาอยู่เชียงใหม่ วัฒนธรรมการทำงานของคนแต่ละจังหวัดมันไม่เหมือนกันเลย เป็นเรื่องใหญ่แต่ไม่ยากค่ะ อีกเรื่องที่ต้องปรับตัวเยอะมากก็คือเรื่องอายุเลย คือเราอายุ 24 ปี อายุเรามันยังไม่น่าเชื่อถือ เวลาเจอใครหรือคุยกับใคร เค้าจะมองว่าเราเด็กตลอด จะไม่ให้เกียรติเราขนาดนั้น อันนี้คิดว่าเป็นจุดที่ต้องปรับตัวเยอะที่สุด

ถามว่าเจอปัญหามั้ย เจอเยอะมากค่ะ ปัญหามีทุกรูปแบบ เอาที่เราคิดว่าโหดที่สุดเลยนะ คือแม่บ้านไม่มีใครมาทำงานเลยซักคนหลังจากรับเงินเดือน เราก็เลยผูกผ้ากันเปื้อนเป็นแม่บ้านเองอยู่ประมาณอาทิตย์นึง แล้วการบริหารของเราจะมีทีมฟรอนต์ ทีมแม่บ้าน ก็คือตอนนั้นใครว่างก็จะมาช่วยกัน คือเราบริหารแบบอยู่กันเหมือนบ้านค่ะ ทุกคนก็แฮปปี้ดีที่อยู่ช่วยกัน

 6. การตกแต่งแบบ HOSTEL by BED ที่ไปพักแล้วจะต้องหลงรัก 

คือคอนเซ็ปต์ของ BED ที่มีมาอยู่แล้วมันคือ Simple & Easy เราก็อิงคอนเซ็ปต์นั้นเหมือนกัน HOSTEL by BED เราจะตกแต่งเรียบ เป็นสถาปัตยกรรมนิ่งๆ ที่ functional อย่างเดียว ไม่ได้ decorative ซึ่งสถานที่มันจะเน้นให้ผู้คนมาพบปะพูดคุยกันมากกว่าค่ะ คือใช้คนเป็นสีสันของโฮสเทลแทน อันนี้อะเป็นเสน่ห์เลยนะ ด้วยความที่ว่าสถาปัตยกรรมมันเรียบมาก มันไม่ได้มีอะไรมาสะดุดหูสะดุดตานอกจากคนที่อยู่ในนั้น

คือเราดีไซน์โฮสเทลเหมือนบ้านเลย แบบเดินมาปุ๊บจะเป็นห้องรับแขกใหญ่ๆ ตรงมาอีกนิดก็จะเป็นฟรอนต์ แล้วข้างๆ เป็นครัวเปิดแบบ island kitchen (อันนี้ไอเดียแม่) ที่ใครจะมาทำอาหารก็ได้ ซึ่งมันมีพื้นที่เปิดให้คนมาพบปะกันค่อนข้างเยอะ และมันก็กว้างพอที่คุณจะสามารถนั่งคนเดียวสงบๆ ส่วนตัวได้เหมือนกันค่ะ

 7. เสน่ห์ของ HOSTEL by BED 

อย่างที่บอกว่าเสน่ห์และสีสันของโฮสเทลเราไม่ใช่สถาปัตยกรรมแต่คือคนที่อยู่ในนั้น กับดีไซน์ที่เอื้อให้ผู้คนมาพบปะสังสรรค์กันได้ในโฮสเทลเลย คือยังไงก็ไม่เหงา กลับไปมีเพื่อน กิจกรรมที่เราจัดกันที่โฮสเทลก็จะมีทำอาหารกินกันเป็นดินเนอร์ หรือ Thai night ก็จะมีสอนทำแกงเขียวหวานเป็นคลาสทำอาหารเล็กๆ หรืออย่างช่วงสงกรานต์เราก็ตั้งถังสาดน้ำกันหน้าโฮสเทลเลย แล้วพอตกกลางคืนก็ทำบาร์บีคิวกินกัน ใครอยากกินก็ลงทะเบียนจ่ายคนละ 50 บาท เงินที่เหลือไม่ได้เอาเข้ากำไรนะคะ เราไปซื้อเครื่องดื่มมาแจกค่ะ 555

คือมันเป็นความประทับใจแบบปากต่อปากจริงๆ นะ อันนี้คือจุดแข็งของที่นี่เลย คนที่มาแล้วไปเที่ยวที่อื่น 80% จะกลับมาพักอีกถ้ากลับมาเชียงใหม่ โฮสเทลมี 12 ห้อง ทั้งห้องเดี่ยวและห้อง dorm พักเกือบเต็มตลอด ที่มีห้องเดี่ยวด้วยเพราะเราอยากตอบโจทย์คู่รักที่อยากประหยัด และได้พบปะเพื่อนระหว่างทางด้วย แต่ถ้าจะนอนห้อง dorm ก้ได้นะ เพราะเตียงเราใหญ่มาก นอนกอดกันได้ เตียงสบายเหมือนเตียงที่บ้าน เรียกว่าตอบโจทย์ทุกอย่าง ฝรั่งชอบมากยิ่งคนที่ตัวใหญ่ๆ จ่ายเพิ่มนิดเดียวแล้วได้เตียงใหญ่ขึ้นแล้วนอนในห้อง dorm ประหยัดด้วย ผ้าห่มเป็นผ้านวม แอร์มี 2 ตัวทุกห้อง เผื่อตัวนึงเสียอีกตัวก็เปิดได้ ถ้าไม่เย็นก็เปิดเลยค่ะ 2 ตัว 555

Cr. mint.nisara

อีกอย่างคือที่นี่เป็นคอนเซ็ปต์ทุกอย่างฟรีหมด คุณจ่ายตังค์มาแล้ว น้ำ-ชากาแฟกินได้ทั้งวัน ทุกอย่างบริการตัวเอง อาหารเช้าทำให้ ถ้าเกิดไม่หมดก็ทิ้งไว้จนหมด อย่างถ้าเที่ยงแล้วซุปยังเหลือก็มาตักได้เลยตามสบายเหมือนอยู่บ้าน คือเราบริการเหมือนเพื่อนมาบ้าน กินน้ำเลยไม่เป็นไร ตามสบายนะ ตื่นเมื่อไหร่ก็มากินข้าว พร้อมเมื่อไหร่ก็ขึ้นไปนอน

 8. เป็นสาวเก่งขนาดนี้ มีสเปคหนุ่มยังไง 

เราชอบผู้ชายตัวใหญ่กล้ามล่ำค่ะ แบบถ้าวันนึงโลกแตกหรือต้องวิ่งหนีมาเฟีย ชั้นจะไม่อุ้มแฟนชั้นวิ่งเด็ดขาด 555 แต่ไม่ใช่กล้ามล่ำแล้วสมองน้อยนะ ต้องเก่งด้วย ขยัน พยายาม ชอบผู้ชายที่พยายามทำอะไรดีๆ เพื่อตัวเอง ดูแลตัวเอง เพราะเค้าก็จะดูแลเราได้ดีเหมือนกัน

คือหน้าผิวเราไม่คิดมาก เราดูหุ่นกับสมอง เราเปิดกว้าง ชอบผู้ชาย mindset ดีค่ะ ใจกว้าง เสมอต้นเสมอปลาย คือด้วยความที่ตัวเองมีไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างผาดโผน ผู้ชายถ้าไม่ใจกว้างจริงจะอยู่กับเราได้ไม่นาน เพราะเราจะต้องเจ๊าะแจ๊ะต้องเทคแคร์แขกเยอะ เจอคนหน้าใหม่ตลอดเวลา ความรักเราต้องอยู่ด้วยความเข้าใจและไว้ใจเลย วันนึงไม่ต้องคุยกันเยอะก็ได้ ฝันดี วันนี้เราเหนื่อยมาก คุยกันพรุ่งนี้นะ แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ

 9. อยู่กับโฮสเทลทุกขั้นตอนเลย เวลาว่างทำอะไรบ้าง 

ก่อนอื่นเลยนะ เราไม่ได้รู้สึกว่างานเราคืองาน เราก็เลยไม่เครียด Work-life balance คือถ้าเกิดงานไหนรอได้ไม่รีบ เก็บไว้ทำพรุ่งนี้ได้ก็เก็บ ก่อนนอนคือเวลาชิลล์เหมือนเรางานเก็บเข้าลิ้นชักเลย แต่เพราะโฮสเทลมันเป็นอะไรที่ 24 ชม. มันก็จะมีงานที่รอไม่ได้อยู่เหมือนกัน ตี2-3เราก็ต้องเข้ามา บางทีคนขาด พนักงานลากะทันหันเราก็มาเข้ากะแทน ชิลล์ค่ะ สนุกดี

ส่วนตอนที่ไม่ได้เข้าโฮสเทลเราก็จะทำอยู่ประมาณ 3 อย่าง ซึ่งก็คือฟิตเนส กิน กับสังสรรค์ 555 แต่สังสรรค์นี้คือไม่ได้ไปกับเพื่อนเสมอไปนะ แต่จะนั่งอยู่ที่โฮสเทลนั่งบาร์ชิลล์ๆ ดื่มอะไรนิดหน่อย หาเป้าหมายแล้วจู่โจม! แต่จู่โจมของเราคือเข้าไปคุยกับแขก ชวนเค้าคุย ถามนู่นถามนี่ make friends ทำแบบนี้มันก็จะช่วยโฮสเทลเราด้วย

 10. เรื่องประทับใจของ HOSTEL by BED ที่ต้องเล่า!! 

คือที่นี่มีความคิวปิดมากนะ ส่วนมากคนเค้าจะเช็คอินเข้ามาคนเดียวแต่ออกไปเป็นคู่ ไม่ก็กลุ่ม อันนี้จริง มีอยู่เรื่องนึงน่ารักมาก คือปกติเราจะไม่ค่อยเจอคนอายุ 50+ มาพัก แต่วันนั้นมีคุณตากับคุณยายมาพักค่ะ อายุประมาณ 50-60 แต่ความจ๊าบอยู่ที่มาแบคแพคด้วย คือทั้งคู่ยังแข็งแรงอยู่เลยนะ คุณตามาจากอังกฤษ มาเช็คอิน เราก็เป็นห่วงว่าเค้าจะนอนเตียงชั้นสองได้มั้ย เราก็เลยสลับให้เค้าลงมานอนเตียงล่างแทน แล้วสรุปคุณตาพักที่นี่นาน ประมาณ 10 วัน แล้วก็ชอบที่นี่เลยขอพักเพิ่มเรื่อยๆ แล้วมีวันนึงค่ะ คุณยายจากเนเธอร์แลนด์อายุรุ่นราวเดียวกันกับคุณตาก็มาเช็คอิน แล้วมาพบรักกันที่นี่ คือเรารับเค้าเช็คอิน แต่พอออกไปเค้าออกไปด้วยกัน ไปเที่ยวต่อด้วยกัน เราก็ถามเค้าว่าพวกคุณเจอกันที่นี่หรอ เค้าก้บอกใช่ๆ คุณตาบอกว่านี่แฟนชั้นเอง เราเลยหันไปถามคุณยายว่าแล้วสามีคุณยายล่ะ คุณยายบอกอ๋อเค้าเสียไปนานแล้วล่ะ 555 คุณยายก็เที่ยวของเค้าคนเดียว ส่วนคุณตาก็บอกว่าหย่ากับภรรยาแล้ว เค้าก็เลยไปเที่ยวปายด้วยกัน พอกลับมาพักอีกทีนึงนอน private room เลยค่าาาา 555

 ฝากผลงานในปี 2018 

เดี๋ยวต่อไปจะมีมีแพลนขยายอีกค่ะ แต่จะไม่ได้ใช้ชื่อ HOSTEL by BEDแล้วค่ะ เป็นโรงแรมชื่อ Tripp แทนค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ

มิว-ณัฐรดา HOSTEL by BED


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย