คู่มือการเลือกนาฬิกา Classic Watches ไอเท็มสำคัญสำหรับทุกลุค

ถ้าพูดถึง นาฬิกาข้อมือ คงเป็นหนึ่งในไอเท็มฮิตที่หนุ่ม ๆ มีติดตัวและใส่กันเป็นประจำ เพราะนอกจากจะใช้ในการบอกเวลาแล้วยังเสริมบุคลิกให้ผู้ที่สวมใส่ดูมีสไตล์ขึ้นตามแต่ละทรงของนาฬิกาที่ใส่ และทรงหนึ่งที่เป็นที่นิยมตลอดกาลก็คือทรงคลาสสิกหรือ Classic Watches ด้วยรูปทรงดีไซน์ที่ออกมาเรียบหรูดูน่าค้นหาเหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ในทุกช่วงวัย จึงไม่น่าแปลกที่ในปัจจุบันทรงนี้ยังมีคนใส่กันอยู่มาก วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของนาฬิกาทรงนี้ให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นกันครับ

 นาฬิกาข้อมือเกิดขึ้นเมื่อไหร่? 

ก่อนที่จะพูดถึงนาฬิกาข้อมือ Classic Watches เราขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ นาฬิกาข้อมือ ให้ทุกท่านได้ทราบซักเล็กน้อยว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร โดยมีที่มาแบ่งออกได้เป็น 2 เรื่องคือ

เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1806 เหตุการณ์มีอยู่ว่าจักรพรรดินโปเลียนโบนาปาร์ต หรือ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ต้องการเอาใจพระนางโฌเซฟีน เดอ โบอาร์แน พระอัครมเหสีของพระองค์เองที่มีความชื่นชอบในนาฬิกา จึงมีพระบัญชาให้ช่างทำนาฬิกาประดิษฐ์สร้างนาฬิกาแบบผูกข้อมือขึ้นมาเพื่อให้เป็นของขวัญอัครมเหสีของพระองค์

เรื่องที่สองคือเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1810 โดย นายอับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์ ได้สร้างนาฬิกาข้อมือเรือนแรกขึ้นเพื่อถวายแด่ พระนางคาโรลีน มูราต์ ราชินีแห่งนครเนเปิลส์ ผู้ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แบรนด์เบรเกต์ ยังคงแบรนด์นาฬิกาที่ยังมีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่าทั้งสองเรื่องนั้นเกิดในช่วงเวลาที่ห่างกันไม่มากและบุคคลในทั้งสองเรื่อนั้นยังมีความเกี่ยวข้องกันอีกด้วย ไม่ว่าเรื่องไหนจะเป็นเรื่องที่มาของนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกก็มีที่มาที่ยิ่งใหญ่ใช้ได้เลยนะครับ

 Classic Watches 

หลังจากได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของ  ‘นาฬิกาข้อมือ’ คร่าว ๆ กันแล้ว เรื่องต่อไปที่เราจะพูดถึงคือเรื่องของ ‘นาฬิกาทรงคลาสสิก’ ว่ามีความหมายอย่างไร นาฬิกาทรงนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะตัวเรือนที่เป็นทรงกลม ตัวหน้าปัดนาฬิกาแสดงตัวเลขตั้งแต่หนึ่งไปจนถึงสิบสองจะใช้เลขเลขอารบิกหรือเลขโรมันเรียงไปตามการหมุนของเข็มนาฬิกา หรือใช้สัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ง่ายแทนตัวเลขก็ได้ มีกระจกหุ้มตัวเรือนอยู่ทางด้านบน อาจมีส่วนบอกวันที่ด้วย รวมไปถึงมีปุ่มสำหรับไขลานเพื่อปรับเวลาให้ตรงในแต่ละโซนเวลาที่เราอยู่ด้วยครับ

danielwellington.com

นอกจากตัวเรือนที่ดูเรียบหรูและดูมีเอกลักษณ์แล้วสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยของ นาฬิกาข้อมือ ก็คือ ‘สายนาฬิกา’ ที่จะช่วยให้ไอเท็มชิ้นนี้ของเรามีความคลาสสิกเพิ่มมากขึ้นโดยสายนั้นมีที่นิยมใส่กันอยู่ 3 แบบ ได้แก่ สายหนัง สายโลหะ และสายผ้านาโต้ครับ

Leather / Metal / Fabric

สายหนัง (Leather Strap)

ควรเลือกสายหนังแท้เพื่อการใช้งานได้ยาวนาน รวมไปถึงดูแลรักษาให้ดีเนื่องจากเหงื่อที่ออกที่ข้อมืออาจทำให้หนังเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้ เลือกสีให้เหมาะกับตัวเรือนเพื่อทำให้เสริมความโดดเด่นซึ่งกันและกันได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลุคคลาสสิกเรียบหรูและดูเป็นทางการครับ

สายโลหะ (Metal Strap)

เป็นสายที่มีความทนทานมากสามารถใช้งานได้ในระยะยาว ส่วนใหญ่ทำมาจากสแตนเลส, อลูมิเนียม หรือบางรุ่นก็ทำจากทองคำ ส่วนใหญ่ตัวสายจะเป็นสีเทาแต่ก็ยังมีสีอื่น ๆ จากการนำไปชุบด้วยก็จะได้ความสวยนงามที่แตกต่างกันไป เหมาะสำหรับงานที่มีความจริงจังหรือต้องการความน่าเชื่อถือสายแบบนี้ตอบโจทย์สุด ๆ ครับ

สายผ้า (Fabric Strap)

หรือ สายนาโต้ เป็นสายที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นในยุคนี้ ทำมาจากไนลอนหรือวัสดุผ้าอื่น ๆ มีข้อดีคือใส่สบายระบายอากาศได้ดีเปียก็แห้งได้อย่างรวดเร็วถ้าสกปรกก็สามารถซักทำความสะอาดได้แต่อาจจะมีความทนทานสู้สายอื่นไม่ได้ มีสีให้เลือกมายมายในหนึ่งสายอาจมีหลายสีด้วย เหมาะกับการสวมใส่ที่ไม่ค่อยเป็นทางการแต่ก็มีบางสีที่ใส่ในงานทางการได้ ถ้าเป็นสายแฟชันหละก็ไม่ควรพลาดครับ

 3  ข้อที่ควรคำนึงถึงในการเลือกนาฬิกา 

แล้วก็มาถึงเรื่องสำคัญคือการแนะนำวิธีการเลือกใส่ นาฬิกาทรงคลาสสิก ให้ออกมาดูดีมีสไตล์ อย่างที่ข้างต้นได้แนะนำให้รู้จักกับตัวเรือนรวมไปถึงสายนาฬิกากันแล้ว ขั้นต่อมาคือควรรู้ว่าใส่อย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเรา ดึงความเรียบหรูของนาฬิกาทรงนี้ให้ออกมาดีที่สุดต่อการสวมใส่ของเรากันครับ

1. ซื้อมาเพื่ออะไร ใส่กับการแต่งตัว สถานการณ์ หรืองานรูปแบบไหนที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากเพราะถ้าเราไม่คิดให้ดีก่อนมองแต่ว่ามันสวยดีแล้วซื้อเลย อาจทำให้ไม่เหมาะกับการแต่งตัวของเราก็ได้ คิดให้ดีก่อนนะครับ

2. การเลือกซื้อนาฬิกา การจะซื้อนาฬิกาแต่ละเรือนที่มีคุณภาพดีสำหรับการใส่ได้นาน ๆ นั้นเราอาจจะต้องลงทุนซักหน่อย ดังนั้นควรคำนึงถึงวัสดุที่ใช้ในการทำตัวเรือน รวมไปถึงสายนาฬิกานั้นดีพอคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายหรือเปล่า ไม่งั้นเราอาจได้ของที่มีคุณภาพไม่สมราคา ตรวจสอบให้ดีคุ้มค่าการลงทุนแน่นอนครับ

3. ใส่ให้เหมาะกับสไตล์การแต่งตัว หลังจากที่เราคิดและได้ซื้อนาฬิกามาแล้ว ก็ถึงเวลาใส่จริงและใส่ให้เหมาะกับการแต่งตัวของเราด้วย ตัวอย่างเช่นเราไปออกงานที่เป็นทางการแต่เลือกใส่นาฬิกาสายนาโต้สีสันฉูดฉาดก็คงจะดูไม่เหมาะสม สีของนาฬิกาและสีของชุดที่ใส่ควรมีความ mix & match กันด้วย ใส่ได้กับสูทไปจนถึงเสื้อยืดกางเกงขาสั้น เพราะฉะนั้นคำนึงถึงการแต่งตัวให้ดีก่อนออกจากบ้านกันนะครับ

นี่ก็เป็นทั้งหมดที่เรารวบรวมมาให้ได้อ่านกันครับ คงได้รู้ประวัติความเป็นมาของ นาฬิกาข้อมือ รวมไปถึงได้รู้จักกับ นาฬิกาทรงคลาสสิก กันมากขึ้น ได้รู้ว่าควรเลือกใส่กันแบบไหน ควรดูแลรักษาอย่างไร ในโลกยุคที่ สมาร์ทโฟน เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของเราไปแล้วการจะดูเวลาจากนาฬิกาจริง ๆ นั้นก็มีน้อยลง หวังว่าทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะคิดถึงการสวมนาฬิกากันมากขึ้น ให้นาฬิกาเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลาแต่ยังเป็นหนึ่งสิ่งที่เสริมความเฉียบให้กับคุณได้ขอบคุณครับ


บทความน้ีเรียบเรียงข้ึนโดย ทีมงาน MOVER

mover.in.th@gmail.com

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย