7 เทคนิคเก็บเงิน ‘เที่ยวญี่ปุ่น’ ยกแก๊งยังไงไม่ให้ทริปล่ม!

เที่ยวญี่ปุ่น กับเพื่อนชายวัยฉกรรจ์ มักเป็นวาระแห่งชาติยามตั้งวงสังสรรค์เมื่อได้โบนัส หรือได้เงินก้อนใหญ่มา แต่ปัญหาที่มักจะเจอคือ เมื่อเริ่มต้นวางแผนการเดินทางก็ยัง Full Team ดี พอเวลาผ่านไป เทกันเอาดื้อ ๆ ยิ่งใกล้วัน คนยิ่งน้อย

หลายครั้ง ที่ทริปที่ตั้งใจล่มไม่เป็นท่า ตั้งแต่ยังไม่ได้เลี้ยวขวาเข้าหลักสี่ เพื่อทะยานไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง เรื่อง เที่ยวญี่ปุ่น ก็ลืมไปได้เลย ส่วนทริปที่ได้ไปก็มักจะเกิดขึ้น แบบฉุกละหุกจนขาดการวางแผนทำให้ต้องไปจ่ายหน้างานเกือบทุกอย่างราคาแพงกว่าปรกติซะงั้น วันนี้เราได้สาระความรู้จากเพจ Money Avenger มาเสนอเทคนิคดี ๆ 7 ข้อที่จะช่วยให้ เหล่าชายโฉดทั้งหลาย เที่ยวญี่ปุ่นแบบ Full Team แถมยังมีการวางแผนเที่ยวอย่างคุ้มค่าเงินกันอีกด้วย

1. เตรียมรายละเอียดในการจองตั๋ว

การซื้อตั๋วควรซื้อจากคน ๆ เดียว พยามยามอย่าแยกกันถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ เพราะเราจะได้รู้ว่าในไฟลท์นั้นมีที่นั่งเพียงพอกับคนที่จะไปด้วยหรือเปล่า ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่จองตั๋วควรมีข้อมูลที่จำเป็นในการจองตั๋วทั้งหมด เช่น ชื่อ นามสกุล ทั้งไทยและอังกฤษ รวมถึงหมายเลขพาสปอร์ต โดยเราอาจตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมา และรวบรวมข้อมูลส่วนนี้ให้อยู่ในโน้ตกลุ่ม เพื่อสะดวกในการแก้ไขหรือนำไปใช้ได้ง่าย ๆ

TIP:  การจองตั๋วโปรโมชั่นส่วนใหญ่เมื่อซื้อแล้วเปลี่ยนไม่ได้ ก่อนซื้อต้องคุยกันดี ๆ หรือเก็บเงินไว้ล่วงหน้าขึ้นอยู่กับการตกลงและความสนิทสนม

2. หาโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาถูกและรีบสรุปวัน

จองตั๋วเครื่องบิน เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดว่าบ่งบอกว่าทริปนั้นจะรอดหรือจะล่ม จุดวัดใจของขั้นตอนนี้คือ เมื่อมีโปรโมชั่นที่ถูกมาก ๆ หรือที่เราเรียกกันว่าโปรไฟไหม้ก็มักจะเต็มเร็วซะจนไม่ทันได้อ้าปากหรือโทรหาเพื่อน ดังนั้น หากตกลงปลงใจว่าจะชวนกันไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันแล้ว ให้ทุกคนสรุปช่วงเวลาที่สามารถเดินทางร่วมกันเลย ห้าม “เดี๋ยวดูก่อน” เพราะคำนี้ทำให้ทริปล่มมาแล้ว 80% ทั้งในและต่างประเทศ

ซึ่งการที่เราสามารถเลือกช่วงเวลาได้ก่อนไปหาโปรโมชั่นจะช่วยให้เราลดความยุ่งยากในการจัดทริปขึ้นอีกเยอะ เพราะเราสามารถโฟกัสเฉพาะโปรที่เราสามารถเดินทางพร้อมกันได้จริง ๆ ไม่ต้องคอยไลน์ไปถามเพื่อนร่วมว่ามีโปรนั้น โปรนี้ไปกันไหม ให้เสียอารมณ์

TIP:  ควรเลือกเวลาล่วงหน้านาน ๆ เพราะคงไม่มีใครติดธุระล่วงหน้า 4-5 เดือนหรือข้ามปี และทำให้เรามีเวลาในการเลือกโปรโมชั่นอีกด้วย

3. วางแผนการเที่ยวคร่าว ๆ

เมื่อสรุปช่วงเวลาที่ตรงกันได้แล้ว อย่าเพิ่งดีใจว่าทริปนี้รอดชัวร์ อีกขั้นตอนที่สำคัญคือการกำหนดแผนเที่ยวคร่าว ๆ ก่อน เช่น ทริปโตเกียว-โอซาก้า เพราะส่วนนี้จำเป็นต้องใช้ในจองตั๋ว เนื่องจากบางทริปอาจไปหลายที่ ทำให้ตั๋วไปกับตั๋วกลับต้องซื้อขึ้นและลงคนละสนามบินกัน เราคงไม่อยากนั่งชินคันเซ็นกลับมาจากโอซาก้า เพียงเพราะต้องมาขึ้นเครื่องที่โตเกียวกันหรอก ดังนั้นหากตกลงกันได้แล้ว ลองคุยกันคร่าว ๆ ก่อนว่าจะเที่ยวไหนบ้างนะครับ

TIP:  กรณีเป็นทริป 4-5 วันไม่แนะนำให้เที่ยวข้ามภูมิภาค ดังนั้นจองตั๋วไปกลับสนามบินเดียวกันได้เลย

4. วางแผนเก็บเงินเก็บและจ่ายเงินเพื่อเที่ยวอย่างราชา

ยินดีด้วยหากคุณมาถึงขั้นตอนนี้ เพราะอย่างน้อยคุณก็น่าจะได้ไปญี่ปุ่นกับเพื่อนแล้ว 90% แต่ความสนุกจริง ๆ มันเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ เพราะต้องเริ่มสุมหัววางแผนเที่ยวอย่างละเอียด หากคุณเป็นคนที่เก็บเงินไม่เก่ง แนะนำให้ทยอยหาเงินมาจ่ายค่าที่พัก หรือซื้อตั๋วอื่น ๆ ล่วงหน้า ส่วน Pocket Money ก็อาจใช้เทคนิคช่วยอย่างการทยอยเก็บแบงค์ 50 ทุก ๆ ใบที่รับมา หักเงินอัตโนมัติจากบัญชี หรือหยอดกระปุกร่วมกับเพื่อน

ยิ่งมีเวลามาก ก็จะทำให้ไม่กดดันตัวเองเกินไป หรือหากเวลาน้อย เก็บไม่ทันจริง ๆ ก็อาจจะลองใช้ ตัวเลือกสุดท้าย อย่างสินเชื่อรูปแบบต่าง ๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยถูก หรือ บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นดี ๆ แต่ทั้งนี้ เราต้องวางแผนล่วงหน้าไว้ด้วยนะว่าจะปิดหนี้ก้อนนี้ภายในกี่เดือน โดยใช้รายได้จากไหน คิดเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่าไรเพื่อให้เราไม่ต้องใช้เกินความจำเป็น

5. ติดตามค่าเงินเพื่อแลกเก็บเป็น Pocket Money

อัตตราการแลกเปลี่ยนเงินเยนเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยที่เราอาจไม่สามารถรู้ได้ว่าวันไหนจะถูกที่สุด ดังนั้นถ้าเราแลกเยอะจริง ๆ ก็ทยอยแลกเพื่อ ลดความเสี่ยงจากอัตตราแลกเปลี่ยน โดยอาจแบ่งแลกเดือนละครั้ง ตามจำนวนเงินที่เราจะเก็บไปเที่ยว แต่ทั้งนี้หาก ไม่สะดวกเดินทางหรือไปต่อคิวแลกเงินบ่อย ๆ ก็อาจแบ่งแลกตั้งครั้ง 2 ครั้งก่อนบินก็ได้

TIP:  บัตร Debit Visa สามารถใช้กดเงินสดที่ญี่ปุ่นได้ โดยอัตราแลกเปลี่ยนไม่สูงมาก

On The Marks Tokyo Kawasaki

6. เลือกที่พักให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

แน่นอนว่ารถไฟที่ญี่ปุ่นหยุดวิ่งทุกสายตอนเที่ยงคืน มีหรือที่เวลาเท่านี้จะเพียงพอสำหรับกลุ่มชายฉกรรจน์ที่มารวมตัวกันในต่างแดนได้ แต่การเดินทางหลังรถไฟหยุดวิ่งมีเพียงแท็กซี่เท่านั้นที่สามารถพึ่งพาได้ ซึ่งค่าโดยสารก็เพียงพอที่จะทำให้งบช้อปปิ้งมลายหายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น คงจะดีไม่น้อยหากเราเลือกที่พักใกล้ ๆ กับย่านที่จะเที่ยวช่วงเที่ยงคืน เพื่อให้เราสามารถเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา

Tip:  สายเที่ยวควรระมัดระวังในการเที่ยวร้านที่ไม่น่าไว้ใจ เพราะหลาย ๆ ที่ก็ไม่ต้อนรับคนนอกหรือ “ไกจิน” อย่างเรานะครับ

7. อย่าลืมประกันเดินทาง จะได้ปลอดภัยหายห่วง

ด้วยค่าเบี้ยที่ถูก แต่สามารถคุ้มครองได้ทั้งเรา สัมภาระ และสุขภาพเป็นล้าน ทำไว้เถอะ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้หายห่วง และเที่ยวให้สนุก สุดได้อย่างอุ่นใจ เพราะอุบัติเหตุเกินขึ้นได้ทุกที่โดยเฉพาะเวลาสังสรรค์เป็นหมู่คณะนะครับ

ง่าย ๆ เพียง 7 ข้อ ก็ได้ทำตัวหล่อ เที่ยวญี่ปุ่น อย่างมีความสุข แบบ Full team แถมราคาถูกด้วยนะครับ

ติดตาม Tips การเงิน การลงทุนได้ที่ : Money Avengers


บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดย ทีมงานเพจ Mover

mover.in.th@gmail.com

 

Comments

comments

Like Mover

ติดตาม Mover Facebook ได้ที่นี่
กด Like เลย